ยืดผมเคราติน คืออะไร? ทุกเรื่องที่ควรรู้ ข้อดี-ข้อเสียของการยืดผมเคราติน

ปัจจุบันมีนวัตกรรมใหม่ของการปรับโครงสร้างเส้นผมให้มีสุขภาพดีขึ้น แข็งแรง และเงางาม ช่วยฟื้นฟูส่วนที่สึกหรอให้กับชั้นเนื้อผม ฟื้นฟูเคราตินที่ถูกทำลายจากเส้นผมให้กลับมามีสุขภาพดีดังเดิม

ยืดผมเคราติน เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยตรึงเส้นผมให้ตรง และเพิ่มความเงางามให้กับเส้นผม ทั้งยังเหมาะสำหรับเส้นผมที่แห้งเสีย หรือ ชี้ฟูขาดน้ำหนักอีกด้วย แต่ก่อนที่เราจะตัดสินใจยืดผมเคราตินนั้น เราก็ควรศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อนว่ามันมีประโยชน์ และความแตกต่างจากการยืดผมโดยทั่วไปอย่างไร และมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร

ยืดผมเคราติน
ผมยาวตรงสวยหลังยืดผมเคราติน (Credit: Shutterstock)

โครงสร้างของเส้นผม

เส้นผม (Hair shaft) เป็นเซลล์ส่วนที่ตายแล้ว ไม่มีชีวิต และความรู้สึก เป็นส่วนที่งอกเจริญยาวออกมาปกคลุมศีรษะ มีลักษณะโครงสร้างภายในต่างกันไปสำหรับผมชนิดต่างๆ ทำให้ปรากฏให้เห็นภายนอกได้ต่างกัน เช่น ผมเหยียดตรง ผมหยักศก ผมสีดำ ผมสีบรอนด์ ผมสีน้ำตาล เป็นต้น ถ้านำเส้นผมมาตัดขวาง จะแยกส่วนประกอบ ได้ 3 ชั้น คือ ผิวนอก (Cuticle), เนื้อชั้นนอก (Cortex) และ เนื้อชั้นใน (Medulla)

เคราติน ในเส้นผม

เคราติน อยู่ในชั้น เนื้อผม (Cortex) ซึ่งเป็นชั้นที่มีความหนาที่สุด และเป็นโครงสร้างหลักของเส้นผม อันเป็นแหล่งรวมของเม็ดสี ช่องอากาศ โปรตีน เคราติน และเส้นใยโปรตีนที่เกาะเกี่ยวกัน โดยเคราติน เป็นส่วนประกอบหลักของเส้นผมถึงร้อยละ 90 มีลักษณะการเรียงตัวคล้ายเกล็ดปลา และทำหน้าที่ควบคุมสารต่างๆ ที่เข้าสู่เซลล์เส้นผม

ผมที่เสีย หรือ ผ่านสารเคมี จะทำให้การเรียงตัวของเคราตินเสียหาย เกล็ดผมเปิด หรือ เปื่อยเป็นสาเหตุให้ผมแห้งเสีย เปราะขาด ไม่ทิ้งตัว เพราะเคราตินในเส้นผมเสียหาย จนไม่สามารถเก็บกักความชุ่มชื้นตามธรรมชาติได้

(อ้างอิง : รศ.ดร. ดวงดาว ฉันทศาสตร์. (2556). เส้นผมและการดูแลรักษา. สืบค้นเมื่อ 19 ตุลาคม 2560, จาก สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล :http://medplant.mahidol.ac.th)

ยืดผมเคราติน
ยืดผม กับ เคราติน ต่างกันยังไง? (Credit: Rex by Shutterstock)

ยืดผมถาวร

การยืดผม เป็นการทำเคมีผม ที่เปลี่ยนโครงสร้างเส้นผมจากผมหยิกให้เป็นตรงถาวร หลังการยืดเส้นผมจะตรงแบบทื่อๆ และลีบลงด้วย ดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเท่าไหร่  ต่างจากการยืดเคราติน หรือ ยืดผมวอลลุ่ม ที่จะดูเป็นธรรมชาติมากกว่า และเมื่อมีเส้นผมงอกขึ้นใหม่ ผมก็จะหยิก และการยืดผมบ่อยๆ ก็จะทำให้เส้นผมแห้งเสีย ขาดฟู หากไม่ได้รับการบำรุงที่ดีมากพอ

ยืดผมเคราติน หรือเคราตินทรีตเม้นต์

เคราติน เป็นโปรตีนจากธรรมชาติ ซึ่งจริงๆ แล้วเส้นผมของเราก็มีอยู่แล้วในชั้นเนื้อผม (Cortex) แต่เวลาที่เราทำสีผม ยืดผม ดัดผม หรือแม้แต่โดนความร้อน รวมถึงการทำเคมีเป็นประจำ จะไปทำให้เคราตินที่มีอยู่ในเส้นผมถูกทำลายไป เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมของเรา แห้ง ขาด ฟู ไม่มีน้ำหนัก และจัดทรงยาก

การทำเคราตินทรีตเม้นต์ เป็นการเติมเต็มโปรตีนเคราตินที่มีอยู่ในเส้นผมของเราอยู่แล้ว ให้กลับสู่โครงสร้างผม ทำให้ผมของเรากลับมาแข็งแรง นุ่ม เงางาม มีน้ำหนักเรียงเส้น ไม่ลีบแบน และช่วยทำให้เส้นผมตรงสวย สามารถใช้ทำแทนการยืดผมได้ด้วย หลายคนจึงเรียกวิธีการนี้ว่า ยืดผมเคราติน

แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นจะดีกว่าตรงที่ เส้นผมจะทั้งตรงสวยและมีน้ำหนักแบบธรรมชาติ นอกจากนั้นเคราตินยังช่วยลดความหยิกของผมที่เกิดขึ้นใหม่อีกด้วย หลังทำเสร็จก็สามารถสระผม หรือทำอย่างอื่นได้ตามปกติเลย ต่างจากการยืดผมถาวรที่ต้องรออย่างน้อย 3 วัน ถึงจะสระผมหรือมัดผมได้

ยืดผมเคราติน เหมาะกับใคร ?

ยืดผมเคราติน
ยืดผมเคราติน เหมาะกับใคร ? (Credit: Rex by Shutterstock)

เคราตินทรีตเม้นต์เป็นอีกทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่มีปัญหาเส้นผมแบบต่างๆ แต่ก็อยากที่จะมีผมเรียบตรง ไม่ชี้ฟู ไม่ลีบแบน ทั้งเส้นผมที่อยากเลี่ยงการยืดถาวร หรือสภาพเส้นผมที่ไม่สามารถยืดได้จริงๆ และยังเหมาะกับคนที่ผมเบาฟุ้งชี้ฟูขาดน้ำหนัก และต้องการให้เส้นผมอ่อนนุ่ม เงางาม และจัดทรงง่ายมากขึ้น

นอกจากนี้ยังดีต่อเส้นผมแห้งเสียมากจากการทำเคมี เพราะการทำเคราตินจะไม่ใช่การทำเคมีซ้ำ แต่เป็นการบำรุงฟื้นฟูให้ผมมีสุขภาพดีขึ้น

ยืดผมเคราติน
เรื่องควรรู้ก่อนทำเคราติน (Credit: Rex by Shutterstock)

1.การทำเคราตินเป็นการบำรุงจากภายนอก เสมือนการเคลือบผมเอาไว้ เพราะฉะนั้นจึงมีการหลุดออกไปได้เรื่อยๆ จากการสระผม หรือ การทำเคมี

2. เคราติน มีคุณสมบัติในการยืดผมชั่วคราวเท่านั้น โดยจะช่วยตรึงผมให้ตรงได้นานประมาณ 1-2 เดือน หรือ เมื่อผ่านการสระผมประมาณ 10 ครั้ง เส้นผมก็จะค่อยๆ กลับเข้าสู่สภาพเดิม ถ้ามีเส้นผมงอกขึ้นใหม่ ก็อาจต้องไปยืดโคนผมซ้ำแล้ว เพราะไม่อย่างนั้นโคนผมจะดูหยิกต่างจากเส้นผมส่วนปลาย

3. อย่างที่บอกว่า เคราติน มีคุณสมบัติในการยืดผมแค่ชั่วคราว ดังนั้นคนที่ผมหยิก หรือ ผมหยักศก ในกรณีที่เส้นผมยังสุขภาพดี แล้วอยากมีผมตรงนาน ขี้เกียจต้องทำผมบ่อยๆ การเลือกยืดผมถาวรอาจเหมาะกว่า เพียงแต่ต้องอาศัยการขยันบำรุงหน่อยเท่านั้น

4. เคราตินสามารถทำให้ผมตรงได้ในเคสผมฟู ไม่ใช่เส้นผมหยิกหรือหยักศก เพราะเป็นเหมือนการแค่อัดโปรตีนเข้าสู่เส้นผม ไม่ได้เข้าไปเปลี่ยนโครงสร้างแบบการยืดผม (ซึ่งมีเปอร์ออกไซด์เป็นตัวทำลายพันธะ) แต่เคราตินไม่สามารถทำลายโครงสร้างเส้นผมจากหยิกให้เป็นตรงได้ เพราะสารตัวที่ว่าไม่มีในเคราตินทรีตเม้นต์นั่นเอง

5. เคราติน มีทั้งแบบราคาถูกไปจนถึงราคาแพง บางร้านก็ตั้งราคาหลักหลายพันเลยทีเดียว เพราะเคราตินที่ใช้เป็นของแท้ ซึ่งมีราคาจะสูงถึงกิโลกรัมละหลายพันบาท ทั้งนี้ก็ควรระวังร้านที่ทำราคาถูกมากเกินนไปด้วย เพราะอาจจะใช้เคราตินสังเคราะห์ที่มีสารฟอร์มาลดีไฮด์แทน

6. การทำเคราตินทรีตเม้นต์ นอกจากจะทนต่อการทำเคมีครั้งต่อไปไม่ค่อยได้แล้ว ยังทนต่อซัลเฟต (สารทำความสะอาด ช่วยทำให้เกิดฟอง ที่อยู่ในแชมพู) และคลอรีนไม่ได้ด้วย

7. หลังจากทำเคราติน สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง คือ การใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของ ซัลเฟต (SLS) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดฟอง และไม่ดีต่อสุขภาพเส้นผม การใช้น้ำมันมะพร้าวหมักผม การว่ายน้ำในสระที่ผสมคลอรีน รวมถึง การว่ายน้ำในทะเล เพราะจะทำให้เคราตินหลุดไวมากเช่นกัน

ยืดผมเคราติน
การยืดเคราติน เป็นเสมือนการเคลือบแก้วให้กับเส้นผม (Credit: Rex by Shutterstock)

การยืดผมเคราติน คือ การใช้เคราตินสด หรือ เคราตินสำเร็จรูป เคลือบลงบนเส้นผม เสมือนการเคลือบแก้วให้กับเส้นผม ทำให้ผมดูตรงอย่างเป็นธรรมชาติ เงางาม แลดูมีสุขภาพดี

  • ข้อดี ของการยืดผมเคราตินก็คือ ไม่ทำให้ผมเสียเหมือนการใช้น้ำยายืดผมแบบทั่วๆ ไป เพราะการยืดผมด้วยเคราตินล้วนๆ จะเหมือนเป็นการล็อคผมให้ตรงโดยไม่ใช้เคมี และยังเป็นตัวเคลือบเส้นผมไม่ให้โดนทำร้ายได้อีก เหมาะกับคนที่มีปัญหาผมเสียแบบเกินจะเยียวยา และอยากให้ผมกลับมาดูสุขภาพดีได้อย่างรวดเร็ว
  • ข้อเสีย ก็มีอยู่เช่นกัน เนื่องจากการยืดผมเคราตินเป็นเพียงการยืดผมชั่วคราวเท่านั้น จึงอาจต้องมีการเคลือบซ้ำอยู่บ่อยๆ ซึ่งการใช้เคราตินเคลือบเส้นผมเป็นประจำ เคราตินก็จะเข้าไปเคลือบเส้นผมให้ดูหนาขึ้น และอาจส่งผลให้เส้นผมดูไม่เป็นธรรมชาติ ไม่ค่อยนุ่มลื่น และมีผิวสัมผัสที่แข้งกระด้าง รวมไปถึงยากต่อการดัด หรือม้วนลอนให้อยู่ทรงอีกด้วย

นอกจากเคราตินในรูปแบบของทรีทเม้นท์แล้ว ก็ยังมีผลิตภัณฑ์ดูแลผมอื่นๆ ที่มีส่วนผสมของเคราตินอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็น แชมพู ครีมนวดผม มาส์กผม รวมไปถึงสเปรย์กันความร้อน

โดยเคราตินในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ จะมีโมเลกุลขนาดเล็ก ที่สามารถแทรกซึมเข้าสู่เกล็ดผม จึงช่วยปิดเกล็ดผม และเข้าบำรุงเส้นผมได้อย่างล้ำลึก ช่วยแก้ปัญหาผมเสียให้กลับมาตรงสวย นุ่มลื่น มีน้ำหนัก

สำหรับคนที่ยืดผมเคราตินมา และต้องการรักษาเส้นผมให้สวยตรง เงางามนานขึ้น เราแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผมที่มีส่วนผสมของเคราติน เพื่อช่วยบำรุงเส้นผมอีกทางหนึ่ง หรือสำหรับคนที่ยังไม่เคยทำทรีทเม้นท์หรือยืดผมด้วยเคราติน ก็ยังสามารถใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เพื่อช่วยดูแลเส้นผมให้เรียบตรงสวย ไม่ดีด ไม่ชี้ฟู ได้เช่นกันค่ะ

ทางกองบรรณาธิการ ATH มีผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเคราตินมาแนะนำกันค่ะ

เทรซาเม่ เคราติน สมูท แชมพู และครีมนวดผม ที่ช่วยให้คุณมีผมนุ่มสลวยเหมือนออกจากซาลอนได้ง่ายๆ ซึ่งเทรซาเม่ สูตรนี้ได้มีการปรับลดซัลเฟตลง* และมาพร้อม Molecular Keratin Complex เคราตินขนาดเล็กจิ๋ว ซึ่งเข้าไปบำรุงลึกถึง 10 ชั้นผมเลยทีเดียว

*เทียบกับเทรซาเม่แชมพูสูตรอื่น

ครีมนวดผมสูตรเข้มข้นที่บำรุงล้ำลึกมากขึ้น แต่ไม่รู้สึกหนักผมเท่าทรีทเม้นท์ มาพร้อม Keratin Glazing Technology ที่เข้าฟื้นบำรุงและเติมเต็มในไฟเบอร์ระดับโมเลกุลของเส้นผมที่ถูกทำร้าย พร้อมเคลือบปิดเกล็ดผมด้านนอก ช่วยให้ผมนุ่มลื่น ไม่พันกันแม้ขณะผมเปียก และให้ผมดูมีประกายเงางามเหมือนทำทรีทเม้นท์จากซาลอนมาเลยทีเดียวสามารถเลือกใช้แทนครีมนวดผมสูตรปกติ และใช้เป็นประจำได้ทุกวัน ใครที่ชอบผมที่ดูสวยแบบเปล่งประกายเหมือนเคลือบแก้ว แนะนำให้ใช้ครีมนวดผมสูตรนี้เลยค่ะ

หลังสระผมด้วยแชมพู แนะนำให้สลับการใช้ครีมนวดผม มาใช้ เทรซาเม่ เคราติน สมูท มาส์ก เพื่อบำรุงผมเพิ่มเติม เพราะมาส์กจะมีความเข้มข้นมากกว่าครีมนวดผม และช่วยบำรุงในระดับที่สูงกว่า โดยใช้มาส์กหมักผมสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง (หากเส้นผมและหนังศีรษะมันง่าย ให้ใช้สัปดาห์ละครั้งก็พอ) โดยชโลมมาส์กบำรุงบนผมเปียก เน้นจากกลางจรดปลายผม ทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

แฟลต ไอรอน สมูทติ้ง สเปรย์ เคราติน สมูท ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเคราติน ซึ้งใช้ในขั้นตอนหลังการสระผม และก่อนเป่าไดร์ หรือใช้อุปกรณ์ที่มีความร้อนจัดแต่งทรงผม ซึ่งสเปรย์ตัวนี้จะช่วยปกป้องเส้นผมจากการสูญเสียความชุ่มชื้นและเคราตินของเส้นผม ที่เกิดจากการโดนความร้อน ซึ่งการบำรุงดูแลผมแบบครบชุดด้วยผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ก็ช่วยให้ผมของเราเรียบตรง เรียบลื่น และสุขภาพดีในระยะยาวได้ค่ะ

หวังว่าข้อมูลที่ ATH นำมาฝากกัน จะช่วยให้ทุกคนเข้าใจเกี่ยวกับการทำเคราตินกันมาก ซึ่งหากใครที่ยังไม่เคยทำมาก่อน ก็เอาข้อมูลข้างต้นไปประกอบการตัดสินใจดู หรือ ใครที่ทำมาแล้วก็ควรหมั่นดูแลและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมด้วย เพื่อให้เส้นผมสวยๆ อยู่คู่กับเราไปนานๆ ค่ะ

 

บทความก่อนหน้า
บทความถัดไป