วิธีย้อมสีผม ด้วยตัวเอง ทำได้ง่ายๆ แต่สวยเหมือนไปทำที่ร้าน และ 30 ไอเดียทำสีผมสวยๆ

ย้อมสีผมเอง หรือเปลี่ยนสีผมใหม่เองได้ง่ายนิดเดียว!

หลายคนชอบเปลี่ยนสีผมตามเทรนด์แฟชั่น แต่บางคนก็ทำสีผมเพื่อขับผิวให้ดูผ่องขึ้น แต่การไปทำสีผมที่ร้านบ่อยๆ ก็เสียค่าใช้จ่ายทั้งผลิตภัณฑ์และค่าบริการจำนวนไม่น้อย ทั้งยังต้องใช้เวลาเดินทางหรือการรอคิวอีกไม่น้อย แต่ การทำสีผม ไม่จำเป็นต้องไปทำที่ร้านเสมอไป ยิ่งสีผมแบบ Single color หรือ ผมสีเดียวที่ไม่ต้องใช้เทคนิคอะไรซับซ้อน เราก็สามารถย้อมได้เองง่ายๆ ที่บ้าน ซึ่งใช้อุปกรณ์แค่ไม่กี่อย่าง และขั้นตอนการย้อมผมก็ไม่ยุ่งยากแต่อย่างใด

แต่หลายคนอาจกลัวว่าย้อมผมเอง แล้วสีผมจะไม่ติดบ้าง สีไม่สม่ำเสมอบ้าง หรือกลัวสีผมออกมาไม่สวยถูกใจ ก็ขอบอกว่าไม่ต้องกลัวไปค่ะ เพราะวันนี้เราวิธีย้อมสีผมมาฝากกัน พร้อมเทคนิคย้อมผมให้ติดสวย ที่ใครก็ทำตามได้ค่ะ

วิธีย้อมสีผม
การเลือกสีย้อมผม (Credit: Rex by Shutterstock)
  • เลือกสีผมที่ชอบ แต่จะต้องคำนึงเฉดสีที่เหมาะกับสีผิวและสภาพเส้นผมของเราด้วย เพื่อให้สีผมที่ทำออกมาแล้ว สวยเหมาะสมกับบุคลิก และขับผิวของเราให้เด่นสวยขึ้น
  • เลือกซื้อปริมาณผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสม เมื่อได้สีที่ถูกใจแล้ว ก็อย่าลืมตรวจเช็คสภาพเส้นผมของเรา ซึ่งถ้ามีผมหนาหรือยาวมากๆ ก็ควรซื้อน้ำยาย้อมผมเผื่อไว้สัก 2 กล่อง แต่ถ้าเป็นคนผมบางหรือผมค่อนข้างสั้น น้ำยาย้อมผม 1 กล่อง ก็อาจเพียงพอแล้ว
  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและศึกษาขั้นตอนการใช้อย่างละเอียด ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ย้อมสีผมในท้องตลาดมากมาย ซึ่งจะมีทั้งสีย้อมผมแบบถาวร แบบกึ่งถาวร และชั่วคราว ซึ่งมีคุณสมบัติและวิธีการใช้ที่แตกต่างกันไปด้วย ดังนั้น ควรศึกษาให้ดีก่อนก่อนการซื้อ หรืออ่านขั้นตอนการใช้อย่างละเอียด เพราะหากใช้ยาย้อมผมผิดประเภท อาจจะแก้ไขภายหลังได้ลำบาก
  • การเลือกเฉดสีสำหรับมือใหม่ ถ้าไม่เคยย้อมสีผมมาก่อนเลย และพื้นสีผมเข้มมากๆ ก็ควรเลือกสีที่เข้มหรืออ่อนกว่าสีผมจริงไม่เกิน 2 เฉด เพราะถ้ามากกว่านั้น สีผมที่ย้อมมาอาจไม่ติดดี ไม่ก็ไม่ได้สีตรงตามข้างกล่องที่เราต้องการ หรือสีบางสีที่อ่อนมากๆ ก็ต้องพึ่งการกัดผมก่อนด้วย
  • การเลือกประเภทผลิตภัณฑ์ย้อมผมสำหรับมือใหม่ กรณีที่เพิ่งเริ่มย้อมผมด้วยตัวเอง แนะนำให้ลองใช้สีย้อมผม หรือน้ำยาย้อมผมแบบถึ่งถาวรหรือชั่วคราวก่อน เพราะหากเกิดข้อผิดพลาด หรือย้อมแล้วได้สีที่ไม่ถูกใจ จะได้แก้ไขได้ไม่ยาก

ประเภทของสีย้อมผม

ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์สีย้อมผมออกมาให้เลือกมากมาย ซึ่งนิยมแบ่งแบบกว้างๆ ได้ 4 ประเภท ตามการติดทนของสี คือ

  1. สีย้อมผมแบบถาวร ส่วนมากจะประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ 2 ตัวคือ สีย้อม กับ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เพื่อทำให้ผมเปลี่ยนสีและติดทนบนเส้นผมค่อนข้างนานหลายเดือน สีทนทานต่อการสระด้วยแชมพู
  2. สีย้อมผมแบบกึ่งถาวร เป็นลูกผสมระหว่างสีย้อมผมถาวรกับสีย้อมผมชั่วคราว จะติดทนนานกว่าสีย้อมผมชั่วคราวแต่จะหลุดง่ายกว่าแบบถาวร ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ มักจะออกแบบมาให้ใช้ง่าย มีรูปแบบทั้ง ครีมน้ำนม โฟม หรือแชมพู เหมาะสำหรับคนที่ชอบย้อมผมเอง
  3. สีย้อมผมแบบชั่วคราว สีย้อมผมชนิดเปลี่ยนสีผมชั่วคราว สีจะติดไม่คงทน บางประเภทสามารถล้างสีออกได้หลังจากการย้อมด้วยการสระผมด้วยแชมพูเพียง 1-2 ครั้ง ยาย้อมผมประเภทนี้ จะมีคุณสมบัติติดสีบนผิวของเส้นผมเท่านั้น ไม่ซึมเข้าไปชั้นในของ Cortex เส้นผม เน้นการใช้งานชั่วคราว หรือเวลาสั้นๆ เช่น งานปาร์ตี้ งานรับปริญญา โดยมากจะมาในรูปแบบพร้อมใช้ไม่ต้องไม่ต้องผสมเอง มีทั้งแบบ คัลเลอร์ รินส์ (Color rinse) สเปรย์ (Color sprays) หรือสีชอล์คทาผม เป็นต้น
  4. ทรีทเม้นท์เปลี่ยนสีผม (Color treatment) ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมอื่นๆ จะทำให้ผมแห้งเสียได้ง่าย แต่ทรีทเม้นท์แบบนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยบำรุงผมในขณะที่เปลี่ยนสีผมไปด้วย การติดทนจะมากกว่าสีย้อมผมชั่วคราวเล็กน้อย (สระประมาณ 3-4 ครั้งสีผมจะเริ่มเฟด)

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ขึ้นอยู่กับสภาพเส้นผมและสีผมที่ต้องการเปลี่ยน ส่วนใหญ่แล้ว สีย้อมผมแบบถาวรจะเป็นที่นิยมมากที่สุด เพราะให้สีสวยและติดทนนานกว่าแบบอื่นๆ แต่สำหรับคนที่ชอบเปลี่ยนสีผมบ่อยๆ หรือทำสีผมเองเป็นประจำ อาจจะนิยมใช้สีย้อมผมแบบถึ่งถาวรมากกว่า เพราะใช้ง่ายและสามารถเติมสีผมเองได้แบบไม่ต้องเข้าซาลอนบ่อยๆ

สีย้อมผมแบบสระ

สีย้อมผมแบบกึ่งถาวรนี้ มีหลายรูปแบบ แต่ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันคือ สีย้อมผมแบบสระ ซึ่งก็มีให้เลือกหลายแบบ เช่น ครีม โฟม หรือแชมพู

1.สีย้อมผมแบบสระชนิดครีม
สีย้อมผมชนิดนี้ จะมีลักษณะเป็นเนื้อครีมข้น ซึ่งเมื่อย้อมผมจะติดทนดีกว่าแบบอื่น ผมที่ผ่านการย้อมจะมีสีสดและติดทน แต่เพราะเนื้อครีมมีความหนืด การย้อมสีผมด้วยตัวเอง อาจทำให้สีย้อมไม่สม่ำเสมอ ดูไม่สวยงาม คนที่เลือกใช้สีย้อมประเภทนี้ต้องมีความชำนาญพอควร วิธีการผสมสีย้อมผม ควรผสมในพาชนะพลาสติกหรือแก้ว (ไม่ควรเป็นโลหะ เพราะอาจทำให้เกิดปฏิกริยากับสารเคมี) โดยเทส่วนผสมทั้งหมดที่ให้มาลงในภาชนะ แล้วใช้แปรงคนให้เนื้อครีมเข้ากัน จากนั้น ในขั้นตอนการย้อมควรแบ่งผมออกเป็นช่อเล็กๆ แล้วค่อยๆ ทาสีลงไปเพื่อให้เนื้อครีมกระจายตัวบนเส้นผมได้ดีขึ้น

2.สีย้อมผมแบบสระชนิดโฟม
สีย้อมผมแบบนี้ใช้งานง่าย ตั้งแต่ขั้นตอนการผสมและใช้เวลาไม่นาน ในการผสมสีย้อมผม เพียงเทส่วนผสมลงไปในขวดที่มากับผลิตภัณฑ์แล้วเขย่าให้เข้ากันจนเกิดฟองโฟม จากนั้นค่อยๆ ชโลมน้ำยาให้ทั่วศีรษะและทิ้งไว้ตามเวลาที่กำหนด แล้วล้างออก สระผมให้สะอาด เนื้อโฟมแบบนี้มีความละเอียดนุ่ม ทำให้เกลี่ยสีได้ดีและกระจายตัวได้ดีกว่าแบบครีม สีผมที่ออกมาจึงมีความสม่ำเสมอมากกว่า แต่สีย้อมผมแบบสระชนิดโฟม จะมีเม็ดสีที่น้อยกว่าแบบครีม ทำให้สีหลุดได้ง่ายกว่าแบบครีม

3.สีย้อมผมแบบสระชนิดแชมพู
สีย้อมผมที่มาในรูปแบบของแชมพู จะมีสารเคมีน้อยกว่าแบบอื่น มักใช้ส่วนผสมจากสารสกัดธรรมชาติ นิยมใช้สระเพื่อปกปิดผมขาว การใช้งานจะเหมือนกับการสระด้วยแชมพูแบบปกติ คือขยี้ให้เกิดฟองทั่วศีรษะ จากนั้นทิ้งไว้ตามเวลาที่กำหนดของผลิตภัณฑ์แล้วล้างออกให้สะอาด สีย้อมแบบสระชนิดนี้จะติดไม่ทนเท่าสีย้อมผมแบบครีมและโฟม หากต้องการใช้เพื่อปิดผมยาว จึงควรใช้อย่างต่อเนื่อง

วิธีย้อมสีผม
สระผมก่อนย้อมสัก 1-2 วัน (Credit: Rex by Shutterstock)
  • ควรสระผมก่อนการย้อมสี 1-2 วัน หลายคนอาจยังไม่แน่ใจว่า ก่อนจะทำสีผมนั้น ควรต้องสระผมก่อนไหม? คำตอบก็คือ ควรสระผม 1-2 วัน (24-48 ชม.) ก่อนย้อมสี เพื่อให้เส้นผมมีเวลาสร้างน้ำมัน ซึ่งจะช่วยให้สีย้อมติดกับผมง่ายขึ้น และน้ำมันจากเส้นผมยังช่วยป้องกันการแห้งเสียของเส้นผมจากสารเคมีในยาย้อมผมได้ด้วย
  • บำรุงผมก่อนการย้อมสี หากเส้นผมของคุณแห้งมาก ควรบำรุงเส้นผมก่อนการย้อมสี ประมาณ 5-7 วัน โดยอาจหมักผมด้วยครีมนวดประมาณ 3-5 นาทีทุกวันหลังสระผมด้วยแชมพู หรือใช้ทรีตเมนท์มาส์ก หมักผม 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อช่วยป้องกันหรือลดโอกาสผมแห้งเสียหลังการย้อม แต่ควรเว้นการหมักผม 1 วันก่อนการย้อมสีผม เพื่อให้สีผมติดได้ง่ายขึ้น
  • ควรทดสอบอาการแพ้ล่วงหน้าสัก 2 วันก่อนที่จะย้อมสีผม เพราะน้ำยาย้อมผมนั้นเป็นสารเคมี จึงควรมีการทดสอบว่าผิวหนังของเราแพ้หรือไม่ ด้วยการทาครีมย้อมผมลงบนท้องแขนเล็กน้อยและปล่อยให้แห้ง หากเกิดอาการผิดปกติ เช่น คัน รอยแดง รู้สึกระคายเคือง ให้รีบล้างออกทันที และไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์นั้นย้อมผมต่อ
  • การย้อมสีผม ควรทำลงบนผมที่แห้งสนิท (ยกเว้นการใช้แชมพูย้อมสีผมที่ต้องสระผม) หลายคนมักมีคำถามว่า ย้อมผมต้องผมเปียกไหม? คำตอบคือ ต้องใช้ยาย้อมผมบนผมที่แห้งสนิท เพราะถ้าใช้บนผมที่เปียก น้ำยาย้อมผมส่วนใหญ่อาจดูดความชื้น ส่งผลให้สีจางลงกว่าปกติ หรือสีติดยากขึ้น และอาจไม่ได้สีตามต้องการ ดังนั้น ก่อนการลงน้ำยาย้อมผม ต้องมั่นใจว่าผมแห้งสนิท เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด

อุปกรณ์สำหรับย้อมสีผม

วิธีย้อมสีผม
อุปกรณ์สำหรับย้อมสีผม (Credit: Rex by Shutterstock)
  • น้ำยาย้อมผม
  • วาสลีน หรือ เบบี้ออยล์
  • ภาชนะผสมสีและแปรง
  • ผ้าคลุม หรือ ผ้าขนหนู
  • ถุงมือพลาสติก
  • หมวกคลุมผม
  • หวีและกิ๊บปากเป็ด (สำหรับแบ่งผม)
  • นาฬิกา (สำหรับจับเวลาในการย้อมสีผม)

ขั้นตอนย้อมสีผม

วิธีย้อมสีผม
ผสมน้ำยาย้อมผม (Credit: Rex by Shutterstock)

1. หลังจากเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างให้พร้อมแล้ว ใช้ผ้าขนหนู หรือ ผ้าคลุม พาดคลุมบ่าเอาไว้ เพื่อป้องกันน้ำยาย้อมผมเลอะเทอะบนเสื้อผ้า หรือจะสวมเสื้อตัวเก่าที่ไม่ใช้แล้วแทนก็ได้

2. ทาวาสลีน หรือ เบบี้ออยล์บริเวณกรอบหน้า ใบหู ท้ายทอย และผิวหนังรอบๆ แนวผม เพื่อป้องกันไม่ให้สีย้อมผมเลอะติดบนผิวหนัง

3. ผสมน้ำยาย้อมผมลงในถ้วยตามวิธีใช้ข้างกล่อง โดยส่วนใหญ่แล้วในกล่องจะมีครีมมาให้ 1 หลอด และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์อีก 1 ขวด เราก็แค่เพียงผสมตามปริมาณที่ข้างกล่องระบุเอาไว้

4. หวีผมให้เรียบร้อย อย่าให้ผมพันกัน เพื่อให้สีผมติดง่ายและสม่ำเสมอ จากนั้น แบ่งผมออกเป็น 4 ส่วน แล้วใช้กิ๊บปากเป็ดหนีบเอาไว้ การแบ่งผมจะช่วยให้ย้อมผมได้ทั่วถึงดี

วิธีย้อมสีผม
ทาครีมย้อมผมให้ทั่วศีรษะ (Credit: Rex by Shutterstock)

5. สวมถุงมือพลาสติก แล้วใช้แปรงหรือมือก็ได้ ทาครีมย้อมผมลงบนผมทีละช่อ ตั้งแต่โคนผมถึงปลายผม ช่อไหนทำเสร็จแล้วก็ให้เก็บผมขึ้นแล้วติดกิ๊บไว้ตามเดิม ทำเช่นนี้ให้ทั่วศีรษะและคลุมด้วยหมวกอาบน้ำ และทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แต่ถ้าใครผมเส้นใหญ่ดูดสีช้า ก็ควรทิ้งไว้นานกว่า หรือสัก 45 นาที

6. เมื่อครบเวลาแล้ว ก็ให้ล้างผมด้วยน้ำสะอาด (ยังไม่ต้องใช้แชมพูและครีมนวดผม) ถ้าในกล่องมีคอนดิชันเนอร์แถมมาให้ด้วย ก็ชโลมลงบนผมทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

7. เป่าผมให้แห้งและจัดทรงตามปกติ เท่านี้ก็ได้สีผมใหม่สวยๆ แล้ว

ขั้นตอนการย้อมสีผมของผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จะคล้ายคลึงกัน แต่แนะนำให้อ่านวิธีการใช้อย่างละเอียดอีกครั้ง โดยเฉพาะการผสมน้ำยา และระยะเวลาที่ต้องใช้ในการย้อมผม อาจมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละผลิตภัณฑ์

ข้อควรระวังในการย้อมสีผม

  • ระวังอย่าให้ผลิตภัณฑ์เข้าตา อาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือเป็นอันตรายถึงตาบอดได้ หากน้ำยาเข้าตา ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดและไปพบแพทย์ทันที
  • หากใช้ผลิตภัณฑ์แล้วมีอาการคัน ปวดแสบปวดร้อนบริเวณที่ใช้และที่ถูกน้ำยา หรือมีเม็ดผื่นแดง ต้องหยุดใช้ทันที และรีบล้างผลิตภัณฑ์ออกด้วยน้ำสะอาดให้มากๆ
  • ไม่ควรเกาศีรษะแรงๆ ในระหว่างสระและ/หรือย้อมผม เพราะอาจทำให้เกิดรอยถลอกเป็นแผลหรือเม็ดผื่นแดง เกิดอาการแสบร้อนได้
  • หากหนังศีรษะมีรอยถลอก เป็นแผล หรือโรคผิวหนัง ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ย้อมสีผม อาจทำให้เกิดอาการแสบคัน หรืออักเสบได้
วิธีย้อมสีผม
บำรุงผมหลังทำสี (Credit: Rex by Shutterstock)
  • เพื่อให้สีผมสวยชัดติดทนนานขึ้น ควรเว้นการสระผมสัก 3-4 วัน (หรือถ้าผมมันเร็ว ก็เว้นอย่างน้อย 48 ชม.) หลังจากการย้อม เพราะการใช้แชมพูและครีมนวดจะมีผลทำให้สีผมเฟดลงได้เร็ว
  • ถ้าสีผมที่ได้เข้มเกินไป สามารถแก้ไขได้ด้วยการล้างสีผม
  • การยืดระยะเวลาการสระผมโดยใช้น้ำออกไป จะช่วยทำให้สีผมอยู่ทนนานขึ้น จากเดินที่เคยสระผมทุกวัน อาจเว้นระยะการสระเป็นวันเว้นวัน หรือถ้าไลฟ์สไตล์ของคุณ เหงื่อไม่ออกมาก ไม่ต้องเผชิญมลพิษทุกวัน จะเว้นสระนานกว่านั้นเป็นทุก 2-3 วันก็ได้ โดยระหว่างวันที่ไม่ได้สระผม แนะนำให้ใช้ดรายแชมพูแทน
  • ดรายแชมพู อย่าง เคลียร์ สกาล์ป แคร์ ทีทรี & มิ้นท์ คูลลิ่ง มีคุณสมบัติช่วยดูดซับความมันของเส้นผมและหนังศีรษะ ช่วยขจัดกลิ่นอับและยังช่วยทำให้หนังศีรษะสดชื่นเหมือนสระผมเส้นใหม่ๆ จึงเหมาะใช้เป็นตัวช่วยทำความสะอาดเส้นผมในวันที่ 2 หรือ 3 ที่ไม่ได้สระผมด้วยน้ำได้เป็นอย่างดี

เทคนิคการใช้แชมพูม่วงช่วยแก้ไขสีผมที่ซีดจาง หรือออกเหลือง 

หลายคนที่ทำผมโทนสีเทา หรือสีแอชออกหม่น อาจจะเจอปัญหาสีผมซีดและออกเหลือง ซึ่งทำให้สีผมของเราดูไม่สวย ATH มีเทคนิคการใช้แชมพูม่วงช่วยแก้สีผมให้กลับมาเป็นสีหม่นสวยได้

All Things Hair YouTube Video

  • สระผมด้วยน้ำเย็น และใช้ เทรซาเม่ แชมพู คัลเลอร์ เรเดียนซ์ แอนด์ รีแพร์ ลงให้ทั่วผมและใช้หมวกหรือผ้าคลุมผม ทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 นาที
  • บำรุงผมหลังทำสีด้วยการหมักทรีตเม้นต์มาส์ก เพื่อช่วยฟื้นบำรุงเส้นผมที่เสียจากการทำสี พร้อมรักษาผมให้นุ่มลื่น มีน้ำหนัก ไม่ดูแห้งเสีย
  • หลังสระผม ไดร์ผมด้วยลมเย็น เพื่อลด Heat Damageหรือผมเสียจากที่โดนความร้อนมากเกินไป
  • เทคนิคนี้ใช้สำหรับการแก้ไขสีผม แต่ในการสระครั้งต่อๆ ไป เราสามารถสระผมตามปกติได้ โดยไม่ต้องทิ้งไว้ 30 นาทีค่ะ

นี่คือ วิธีย้อมสีผม ที่เราสามารถทำได้เองง่ายๆ ที่บ้าน ซึ่งช่วยประหยัดเวลา และเซฟเงินในกระเป๋าไปได้เยอะเลย แต่อย่าลืมว่าไหนๆ ก็ทำสีผมมาใหม่แล้ว ก็ควรจะลงทุนอีกสักหน่อย โดยการเลือกซื้อแชมพูและครีมนวดผมสำหรับผมทำสีมาใช้ด้วย เพื่อดูแลสีผมให้สวยชัดเหมือนกับเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ และที่สำคัญเลยก็คือการบำรุงเส้นผมควบคู่ไปด้วย เพื่อให้สีผมยังคงสวย ไปพร้อมกับเส้นผมสุขภาพดีค่ะ

รู้วิธีการย้อมสีผมกันไปแล้ว แต่ถ้าใครยังนึกไม่ออกว่าอยากจะทำสีอะไร ATH ก็มีไอเดียทำสีผมสวยๆ มาฝากกันค่ะ

สีผมโทนน้ำตาล

สีผมคาราเมล สวยเข้มหวาน (credit ig: @puchanacolorful)

สีน้ำตาลเป็นสีผมในโทนอุ่นที่เหมาะสำหรับสาวเอเชีย ทั้งผิวขาว หรือผิวคล้ำ ช่วยขับผิวให้ดูสว่าง มีออร่า ทั้งยังเป็นสีที่ใกล้เคียงกับผมสีพื้นเดิมของสาวเอเชียที่เป็นโทนน้ำตาลเข้มหรือดำ

สีดาร์ก ช็อคโกแลต (credit ig: @puchanacolorful)

สีน้ำตาลเปลือกไม้ (credit ig: @yayoi_gardenaoyama)

การทำผมสีน้ำตาลเป็นสีที่ย้อมเองได้ง่าย เหมาะกับมือใหม่ หรือคนที่เพิ่งเริ่มหัดย้อมผม เมื่อพลาดแล้วแก้ไขได้ไม่ยาก (ยกเว้นสีน้ำตาลอ่อนหรือน้ำตาลสว่าง)

สีน้ำตาลชานม (credit ig: @yayoi_gardenaoyama)

ผมสีนี้ให้ความรู้สึกที่เปลี่ยนไปตามเฉดสีที่เข้มหรืออ่อน แต่โดยรวมให้ความรู้สึกที่อ่อนหวาน ถ้าโทนเข้มจะดูขรึมและเป็นผู้ใหญ่ โทนออกแดงจะมีเสน่ห์ น่าค้นหาและเซ็กซี่เล็กๆ ส่วนน้ำตาลโทนสว่าง พาสเทล หรือสีหม่นจะให้ความอ่อนหวาน สดใส ละมุนละไม

สีผมโทนน้ำเงิน

ผมสีน้ำเงินม่วง (credit ig: @aheadhairmedia)

ผมสีน้ำเงินโคบอลต์ (credit ig: @pnw_hair_co)

ผมสีน้ำเงินอิเล็กทริก (credit ig: @pnw_hair_co)

สีน้ำเงิน เป็นสีที่ให้ความรู้สึกลึกลับน่าค้นหา และมีความโดดเด่นอยู่ในตัว เพราะสีน้ำเงินไม่ใช่สีผมธรรชาติของคนเรา สาวๆ ที่ทำผมสีน้ำเงินเลยดูจะมีแรงดึงดูดสายตามากกว่าสีผมเฉดอื่นๆ ทั้งยังแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเอง มีความมั่นใจและโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

ผมสีน้ำเงิน Icy Blue (credit ig: @cozmic.color)

การย้อมผมสีน้ำเงินนั้น หากเป็นโทนสว่าง พาสเทล หรือสีแอช อาจจะต้องกัดสีผมให้อ่อนลงก่อน เพื่อให้ได้สีที่สวยตรงปก ถ้าใครอยากทำสีพาสเทล แต่กลัวว่าสีจะหลุดเร็ว แนะนำให้ทำสีเข้มกว่าที่ต้องการสัก 2-3 เฉด เวลาที่สระผมที่จะค่อยๆ เฟดไปเรื่อยๆ จนถึงระดับสีที่เราต้องการจริงๆ แต่วิธีนี้จะทำให้สีผมติดทนนานขึ้น

สีผมโทนม่วง

สีม่วง Purple (credit ig: @pnw_hair_co)

ผมสีม่วงเข้ม (credit ig: @cozmic.color)

ผมสีม่วงพาสเทล (credit ig: @cozmic.color)

ผมสีม่วงนั้น ไม่ใช่สีที่มีตามธรรมชาติของคนเรา จึงเป็นสีที่ทำแล้วมีความโดดเด่นและดึงดูดสายตาอย่างมาก สีม่วงสะท้อนถึงความมีสไตล์ ความมั่นใจในตัวเอง ความเป็นผู้นำ และการกล้าแสดงออกอย่างเป็นตัวของตัวเอง

การย้อมผมสีม่วงด้วยตัวเอง ความยากง่ายขึ้นอยู่กับเฉดสีที่เลือกทำ หากเป็นสีม่วงโทนเข้มที่มีสีน้ำตาลหรือสีดำผสม ก็ทำได้ไม่ยากในขั้นตอนเดียว แต่หากต้องการทำสีม่วงอ่อน สีม่วงพาสเทลหรือสีแอช อาจต้องกัดสีผมหรือฟอกสีผมให้อ่อนลงก่อนย้อมผมสีม่วง

สีม่วงเม็ดมะปราง (credit ig: @pnw_hair_co)

ผมสีม่วงอมแดง  (credit ig: @yayoi_gardenaoyama)

การทำผมสีม่วง เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ต้องการเปลี่ยนลุคให้ดูโฉบเฉี่ยว ดึงเอาความมั่นใจหรือสร้างจุดเด่นให้กับตัวเอง และยังดูเป็นคนขี้เล่น แต่ก็แฝงไว้ด้วยความเซ็กซี่และลึกลับนิดๆ เช่นกัน

สีผมโทนสีเขียว

สีเขียวทูโทนเข้ม-นีออน (credit ig: @tay.tiger.rose)

สีเขียวบาลายาจหลากเฉด สีเขียวทูโทนเข้ม-นีออน (credit ig: @tay.tiger.rose)

สีเขียวปนม่วง (credit ig: @cozmic.color)

ผมสีเขียวมะกอกแซมไฮไลท์ (credit ig: @bescene)

ผมสีเขียว เป็นสีที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ เป็นสีของต้นไม้ ป่าและฤดูใบไม้ผลิ จึงให้ความรู้สึกสดใสและสร้างพลังบวกได้เป็นอย่างดี สีเขียวโทนเข้มจะให้ความรู้สึกที่เคร่งขรึม มีเสน่ห์ ในขณะที่สีเขียวอ่อน ให้ความสดใส สดชื่น และดูเด็กลง

การย้อมผมสีเขียวด้วยตัวเอง ถ้าเป็นสีโทนอ่อน พาสเทล หรือสีหม่น ก็จะใช้วิธีเดียวกับโทนสีอื่นๆ คือ ควรกัดสีผม หรือย้อมสีผมให้สว่างขึ้นก่อนแล้วจึงลงสีเขียวตามต้องการ

ทำสีผมสีแดง ผมสีชมพู ผมสีส้ม

ผมสีแดงชมพู (credit ig: @aheadhairmedia)

ผมสีแดงสดสุดฮอต (credit ig: @aheadhairmedia)

ผมสีแดงสุดร้อนแรง หรือ ผมสีชมพู จนถึง ผมสีส้มสดใส เป็นอีกหนึ่งโทนสีที่สาวๆ ซึ่งต้องการความโดดเด่นและแสดงออกถึงความมั่นใจ ความเป็นตัวของตัวเอง นิยมทำกัน

แม้จะไม่ใช่สีผมพื้นฐานของคนเอเชีย แต่ผมสีแดง สีส้มหลายเฉดสี โดยเฉพาะสีเข้มหรือสีออกโทนส้ม ก็เข้ากับสีผิวของคนเอเชีย โดยเฉพาะสาวไทย ที่มีสีผิวขาวเหลืองหรือผิวสีน้ำผึ้งได้เป็นอย่างดี ช่วยทำให้ผิวดูสว่างสดใส เป็นอีกหนึ่งโทนสีที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับสาวๆ

รวมเฉดสีแดง ส้ม อมชมพู (credit ig: @tay.tiger.rose)

ผมสีแดงน้ำตาล (credit ig: @pinkage_korea)

การย้อมผมสีแดงด้วยตัวเอง ทำได้ไม่ยาก เพราะส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องปรับสีผมด้วยการฟอกหรือย้อม ยกเว้นสีแดงสดๆ หรือสีส้มอ่อน ที่อาจต้องปรับสีพื้นของผมให้อ่อนลงเพื่อให้ได้สีที่สดตรงกับความต้องการ

ทำสีผมสีเทา

สี Ash Grey Blonde (credit ig: @lalalalisa_m)

สีเทา Ultimate Grey (credit ig: @aheadhairmedia)

ผมสีเทาได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาและยังคงอินเทรนด์อย่างต่อเนื่อง เฉดผมสีเทาที่ได้รับความนิยมมีมากมายตั้งแต่สีเข้มจนถึงผมสีเทาอ่อน

ผมสีเทาขาว (credit ig: @jacobhair)

ผมสี Silver Grey (credit ig: @keigo_abe)

การย้อมผมสีเทาเข้ม ถ้าคุณมีพื้นสีผมสว่างระดับ 5-6 (สีน้ำตาลอ่อนถึงบลอนด์กลาง) สามารถลงสีย้อมลงได้เลย โดยไม่ต้องกัดสี แต่ถ้าต้องการทำผมสีเทาอ่อนหรือสีหม่น เช่น สีควันบุหรี่ สีเทาเงิน อาจต้องมีการฟอกสีผมให้อ่อนลงก่อน หรือปรับสีผมให้ไม่ติดเหลืองหรือส้ม เพื่อให้สีเทาที่ออกมาตรงปก ไม่เพี้ยน

ทำสีผมหลากสี

สีผมคัลเลอร์ฟูล (credit ig: @bescene)

ผมสีรุ้งสดใส (credit ig: @bescene)

สีผมมัลติคัลเลอร์สุดล้ำ (credit ig: @cozmic.color)

ในช่วง 2-3 ปีมานี้ แฟชั่นการทำสีผมหลากสีได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งยังแตกแยกย่อยลงไปได้อีกหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการทำทูโทน หรือสองสีสลับกัน ผมสียูนิคอร์น ผมสีรุ้ง และอื่นๆ

ทำสีผมแบบทูโทน (credit ig: @bescene)

ผมสีพาสเทลหลากสี (credit ig: @cozmic.color)

การทำผมหลากสีนั้น มีทั้งยากและง่าย อาทิ การทำทูโทน เพียงแบ่งครึ่งย้อมสีผมเป็นสองส่วน แบบซ้าย-ขวา บน-ล่าง หรือ หน้า-หลัง เป็นต้น ส่วนการทำสีผมแบบสีรุ้ง สียูนิคอร์น หรือมัลติคัลเลอร์แบบอื่นๆ ต้องใช้เวลาและความชำนาญค่อนข้างมาก แต่ถ้าใครที่ย้อมสีผมเองบ่อยๆ จนคล่องแล้ว อาจจะลองขยับขึ้นไปลองทำสีแปลกๆ หรือมัลติคัลเลอร์ก็น่าสนใจ

บทความก่อนหน้า
บทความถัดไป
Decoration image
Decoration image