วิธีแก้สีผมให้จางลง เมื่อได้สีไม่ถูกใจ สีเข้มเกินไป ทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง

เมื่อได้สีผมที่ไม่ถูกใจควรทำอย่างไรดี?

วิธีแก้สีผมเมื่อทำสีผมมาแล้วแต่ได้สีที่ไม่ถูกใจนั้นทำได้หลายวิธี ทั้งการทำให้สีเฟดหรือจางลง หรือการย้อมทับสีเดิม แต่วิธีการทำสีทับนั้น มีข้อควรระวัง เพราะหากสีที่ทำให้มีสีอ่อนกว่าหรือเป็นคู่สีตรงข้าม อาจจะทำให้สีเพี้ยนและกลายเป็นปัญหาที่หนักกว่าเดิม ดังนั้น วิธีการแก้สีผมที่ดีที่สุด คือการทำให้สีเดิมจางลง ก่อนถึงจะทำสีใหม่

All Things Hair ได้นำเคล็ดลับง่ายๆ ในการแก้ไขสีผม หรือเรียกง่ายๆ ว่าวิธีล้างสีผมมาฝากกัน เพื่อช่วยปรับสีผมให้อ่อนลง หรือทำให้สีผมหลุดได้เร็วขึ้น ซึ่งวิธีเหล่านี้นอกจากจะสามารถทำด้วยตัวเองได้ไม่ยากแล้ว ยังใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่ายใกล้ตัวอีกด้วยค่ะ

ทำให้สีผมจางลงด้วยการสระผม

เมื่อทำสีผมมาแล้ว ได้สีไม่ถูกใจ และอยากจะทำสีใหม่ทับอีกครั้ง เช่น ทำสีน้ำเงินมาแล้ว อยากจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม แนะนำว่าไม่ควรทำสีใหม่ทับทันที (ยกเว้นว่าทำสีใกล้เคียงกัน เช่น เทา-น้ำตาล และลงสีเข้มทับสีอ่อน) ก่อนทำสีใหม่ ควรล้างสีเดิมออกก่อน หรือทำให้สีผมจางลง เพื่อไม่ให้สีที่ลงทับเพื้ยน ซึงจะยิ่งทำให้ทั้งสีผมและเส้นผมพังกว่าเดิม

วิธีการทำให้สีผมจางลงง่ายที่สุดและผมเสียน้อยที่สุด คือการสระผมให้บ่อยขึ้นหรือสระทุกวัน และบำรุงผมด้วยครีมนวดและวิตามิน สีเดิมที่ทำไว้จะหลุดและเปลี่ยนเป็นเฉดสีที่อ่อนลง เช่น สีน้ำเงินจะจางลงเป็นสีเทาและสีบลอนด์อ่อน ตามลำดับ (ขึ้นอยู่กับเฉดสีที่คุณไปทำมา) ซึ่งจะทำให้การย้อมสีผมใหม่ ทำได้ง่ายขึ้น โดยสีไม่เพี้ยนค่ะ

Editor’s tips: เมื่อต้องสระผมทุกวัน แนะนำให้ใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนต่อเส้นผมและหนังศีรษะอย่าง เทรซาเม่ ซาลอน ดีท็อกซ์ แชมพู ที่ช่วยทำความสะอาดอย่างล้ำลึก พร้อมให้สารบำรุงแก่เส้นผม และความใช้คู่กับครีมบำรุงผมทุกครั้ง เพื่อผมสวย ดูสุขภาพดี

ย้อมสีผมให้อ่อนลงกว่าเดิม

หากไม่ต้องการรอให้สีผมหลุดเอง ลองเลือกใช้สีย้อมผมที่มีสีอ่อนลงประมาณ 4 ระดับ เช่น ถ้าผมย้อมสีน้ำเงิน อาจเลือกใช้สีเทา หรือบลอนด์ทับลงไปก่อน (ซึ่งเมื่อเราทำสีผมไปสักพักและสีจางลง ส่วนใหญ่จะกลายเป็นสีเทาและบลอนด์อ่อน) วิธีนี้อาจต้องทำประมาณ 1-2 ครั้ง โดยขึ้นอยู่กับความเข้มของสีผม สภาพเส้นผม และผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ และเมื่อย้อมสีให้จางลงจนได้สีเทาหรือสีบลอนด์อ่อนแล้ว จึงค่อยลงสีใหม่ เช่น สีส้ม แดง เขียว ทับอีกครั้ง

ทั้งนี้ ในการทำสีผมแต่ละครั้ง เส้นผมจะอ่อนแอลง (แต่น้อยกว่าการกัดสี) ดังนั้น ควรจะต้องบำรุงผมให้เยอะๆ ควรใส่วิตามินทุกครั้งหลังสระ และ/หรือ มาส์กผมสัปดาห์ละครั้ง

นอกจากนั้นแล้ว เรายังสามารถใช้สารเคมีหรือวัตถุดิบใกล้ตัวมาข่วยทำให้สีผมจงลงได้เร็วขึ้นด้วยค่ะ

มะนาว

วิธีล้างสีผม
วิธีล้างสีผมด้วยมะนาว (Credit: Rex by Shutterstock)

เพราะความเป็นกรดในน้ำมะนาวจะช่วยกัดให้สีผมให้หลุดได้เร็วขึ้น โดยวิธีการล้างก็แค่เพียงสระผมด้วยแชมพูตามปกติ จากนั้นใส่น้ำมะนาวคั้นสด (4 ลูก) ผสมกับน้ำอุ่น (1/4 ถ้วย) ชโลมให้ทั่วเส้นผม ทิ้งเอาไว้ประมาณ 3 – 5 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด วิธีนี้จะช่วยแก้สีผมที่เข้มเกินไปให้อ่อนลงได้

Editor’s tip : กรดซิตริกในน้ำมะนาวอาจทำให้ผมแห้งได้ เพราะฉะนั้นจึงควรฟื้นฟูสภาพเส้นผมหลังจากล้างสีผมด้วยน้ำมะนาว โดยการชโลม เทรซาเม่ เคราติน สมูท มาส์ก ลงบนผมเปียก โดยเน้นจากกลางจรดปลายผม ทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วล้างออก ซึ่งด้วยคุณค่าเคราตินในทรีตเม้นต์มาส์ก จะช่วยฟื้นบำรุงผมที่แห้งให้นุ่มลื่นสุขภาพดี

น้ำส้มสายชู

วิธีล้างสีผม
ล้างสีผมด้วยน้ำส้มสายชู (Credit: Rex by Shutterstock)

น้ำส้มสายชู เป็นอีกหนึ่งกรดที่ใช้ล้างสีผมให้หลุดออกโดยไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด เพียงหลังจากสระผมและล้างน้ำจนสะอาดแล้ว ให้ใช้น้ำส้มสายชูเทลงบนศรีษะ นวดให้ทั่วเส้นผม หรือจะหมักเอาไว้ด้วยก็ได้ แล้วจึงล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง วิธีนี้นอกจากจะช่วยล้างสีผมได้แล้ว ยังช่วยให้ผมเงางามและไม่พันกันอีกด้วย

Editor’s tip : สำหรับใครที่กลัวว่าล้างสีผมด้วยน้ำส้มสายชูแล้วผมจะเหม็น แนะนำให้สระผมด้วย ซันซิล เนเชอรัล แชมพู เพอร์ฟูม บลอสซัม โรส วอเตอร์ & มิกซ์ เบอร์รี่ และ ครีมบำรุงผม ซึ่งไม่เพียงจะมีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้น และทำให้ผมนุ่มแล้ว ยังให้กลิ่นหอมของโรส วอเตอร์ และกลิ่นผลไม้ มิกซ์ เบอร์รี่ ที่สดชื่นอีกด้วย

น้ำอัดลม

วิธีล้างสีผม
ล้างสีผมด้วยน้ำอัดลม (Credit: Rex by Shutterstock)

กรดจากน้ำอัดลมก็ทำให้สีผมหลุดออกได้เช่นกัน เพียงแค่นำน้ำอัดลม (แนะนำให้ใช้น้ำอัดลมแบบไม่มีน้ำตาล) มาหมักผมทิ้งไว้ 10-30 นาที ก่อนสระผมตามปกติ ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะช่วยล้างสีผมให้หลุดออกได้แล้ว ยังช่วยให้ผมของเรานุ่มสลวยอีกด้วย

เบกกิ้งโซดา

วิธีล้างสีผม
ล้างสีผมด้วยเบกกิ้งโซดา (Credit: Rex by Shutterstock)

เบกกิ้งโซดา ถือเป็นสารฟอกสีผมตามธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยฟอกสีผมให้สว่างขึ้นได้ แต่การใช้เบกกิ้งโซดาล้างสีผมเพียงอย่างเดียวอาจไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่นัก จึงมักมีการนำเบกกิ้งโซดามาผสมกับแชมพูขจัดรังแคสูตรใดก็ได้ แล้วนำไปใช้สระผมตามปกติ เพียงแค่สระผมบ่อยๆ สีผมก็จะยิ่งหลุดออกได้ดี

Editor’s tip : ในการล้างสีผมด้วยวิธีนี้ คุณสามารถใช้เบกกิ้งโซดาร่วมกับแชมพูขจัดรังแคสูตรใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น เคลียร์ แชมพูขจัดรังแคสูตร คอมพลีท ซอฟท์แคร์, เคลียร์ เฮอร์บัล แคร์, เคลียร์ แชมพูขจัดรังแคสูตร ซากุระ เฟรช, เคลียร์ แชมพูขจัดรังแคสูตร ไอซ์คูล เมนทอล ซึ่งไม่ว่าสูตรไหนก็ให้ผลลัพธ์ได้เช่นเดียวกัน

น้ำยาล้างจาน

วิธีล้างสีผม
ล้างสีผมด้วยน้ำยาล้างจาน (Credit: Rex by Shutterstock)

น้ำยาล้างจาน ก็สามารถล้างสีผมให้หลุดออกได้เช่นกัน แต่การจะใช้น้ำยาล้างจานสระผมแทนแชมพูเลยนั้น อาจทำให้เส้นผมแห้งเกินไปได้ เพราะฉะนั้นแนะนำให้ผสมน้ำยาล้างจาน 4-5 หยด กับแชมพูที่ใช้เป็นประจำประมาณ 2-3 ส่วน แล้วนำมาสระผม วิธีนี้จะทำให้สีผมอ่อนลง แก้ปัญหาสำหรับคนที่ย้อมสีผมมาแล้วสีผมเข้มเกินไป

น้ำมันหมักผม (Hot Oil Treatment)

ผู้หญิงเอเชีย พันผ้าขนหนูรอบศีรษะ ล้างผมด้วย Hot Oil Treatment
ทำ Hot Oil Treatment ช่วยล้างสีผม และทำให้ผมชุ่มชื้น (Credit: Dennie Ramon)

จะใช้น้ำมันสำเร็จรูปหรือทำ Hot Oil Treatment เองก็ได้ วิธีนี้นอกจากจะช่วยให้สีผมจางลงแล้วยังช่วยบำรุงเส้นผมของคุณให้สุขภาพดีขึ้นด้วย ขั้นตอนการหมักผม ใช้นำน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันมะพร้าวผสมกับน้ำมันมะกอก แล้วนำไปอุ่นในน้ำร้อน หรือเข้าไมโครเวฟประมาณ 30 วินาที ให้น้ำมันพออุ่น แล้วนำมาลูบให้ทั่วเส้นผม จากนั้นใช้ผ้าขนหนูหรือหมวกคลุมอาบน้ำ คลุมผมทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง แล้วสระผมด้วยแชมพูและครีมนวดผมให้สะอาด คุณสามารถทำได้บ่อยเท่าที่ต้องการเพื่อล้างสีผม แต่ถ้าเป็นคนหนังศีรษะและผมมันง่าย ไม่แนะนำให้ทำทุกวัน และเวลาทาน้ำมัน ควรละเว้นบริเวณโคนผม

น้ำยาล้างสีผม

สำหรับสีผมที่ล้างออกยาก เช่น สีดำ สีน้ำตาลเข้ม คุณอาจเลือกใช้น้ำยาล้างสีผมโดยเฉพาะ ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกมากมาย ลองศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์และวิธีการใช้ เพื่อให้เหมาะกับสภาพเส้นผมและการแก้ไขสีผมของคุณให้ตรงจุด ข้อควรระวังคือ น้ำยาล้างสีผมบางชนิด อาจทำให้ผมของคุณแห้งเสียมากกว่าเดิม

วิตามินซี

วิตามินซีแบบเม็ด นำมาบดใช้ล้างสีผมได้
วิตามินซีแบบเม็ด ช่วยให้สีผมจางลงได้ (Credit: Shutterstock)

คุณสามารถใช้วิตามินซีช่วยทำให้สีย้อมผมจางลงได้ เพราะในวิตามินซีประกอบด้วยกรดแอสคอร์บิคซึ่งทำให้สารเคมีที่ทำให้เกิดสีแตกตัว สีผมจึงจางลง แต่การล้างสีผมด้วยวิตามินซีจะเหมาะกับยาย้อมผมแบบชั่วคราวหรือกึ่งถาวร ถ้าคุณใช้แบบติดทนถาวร ควรเลือกวิธีอื่น

การใช้วิตามินซีสำหรับล้างสีผม แนะนำให้ใช้แบบเม็ดนำมาบดละเอียด (ถ้าผมสั้นใช้ประมาณ 15-20 เม็ด ถ้าผมยาวต้องเพิ่มปริมาณมากกว่านั้น) และนำมาผสมกับแชมพูใส โดยกวนให้เข้าเป็นเนื้อเดียวแล้วนำไปหมักผมให้ทั่วศีรษะ ใช้ผ้าหรือหมวกอาบน้ำคลุมผมไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วจึงสระผมตามปกติ หรือถ้าทนไหว จะทิ้งไว้นานกว่า 1 ชั่วโมงหรือข้ามคืนแล้วค่อยสระตอนเช้าก็ได้ หลังสระผม อาจจะรู้สึกว่าผมแห้งกว่าปกติ แต่วิตามินซีไม่ได้ทำร้ายเส้นผมแบบถาวร เพียงบำรุงด้วยมาส์กหรือเซรั่ม ก็ทำให้ผมกลับมานุ่มลื่นได้

สำหรับใครที่ย้อมสีผมมาแล้วแต่ได้สีที่ไม่ถูกใจ สามารถนำวิธีเหล่านี้ไปใช้ในการล้างสีผมกันได้เลย แต่วิธีเหล่านี้จะค่อนข้างได้ผลชัดเจนกับน้ำยาย้อมผมแบบชั่วคราวหรือกึ่งถาวร แต่สำหรับใครที่ใช้ยาย้อมผมสีเข้มแบบถาวร อาจจะต้องใช้น้ำยาล้างสีผมโดยเฉพาะ หรือต้องอดทนล้างสีผมหลายๆ รอบหน่อยนะคะ ซึ่งหลังจากล้างสีผมแล้ว คุณอาจจะรู้สึกว่าเส้นผมของคุณแห้งกว่าปกติ (ยกเว้นการทำ Hot Oil) จึงควรบำรุงโดยใช้ทรีทเม้นท์/มาส์ก เซรั่ม หรืออบไอน้ำ เพื่อช่วยให้ผมชุ่มชื้นขึ้น

อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้สีผมที่ย้อมมานั้นผิดพลาดอีก แนะนำว่าคราวหน้าอย่าลืมทดสอบสีผมกับปอยผมสั้นๆ ก่อนที่จะมาย้อมผมทั้งศีรษะกันด้วยนะคะ เพื่อที่สีผมจะได้ออกมาตรงใจมากที่สุด

เรื่องต่อไป