ไอเดียการทำผมสองสี เทรนด์ผสมผมสองสีให้ดูดีอย่างลงตัว

หากทำผมแค่สีเดียวยังไม่สะใจ ลองเพิ่มเข้าไปเป็นสองสี รับรองว่าสวยเก๋เกินใครแน่นอนค่ะ

ไม่ว่าสาวๆ จะเลือกย้อมผมสีไหน แต่ละเฉดโทนก็มีความสวยที่แตกต่างกันไป ทั้งยังช่วยสะท้อนบุคลิกและความมั่นใจของสาวๆ ได้เป็นอย่างดี และในตอนนี้แฟชั่นทำผมสองสีก็กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะเป็นเทคนิคที่ทำให้สีผมของสาวๆ ดูไม่ธรรมดา และมีเอกลักษณ์โดดเด่นมากขึ้นอีกด้วย วันนี้เราจึงมีรูปแบบการทำผมสองสี พร้อมไอเดียจับคู่สีผมสองสีมาฝากสาวๆ กัน ซึ่งจะมีสีไหนบ้างนั้นที่ผสมกันแล้วดูลงตัว ก็ตามเรามาดูกันได้เลยค่ะ

ผมสองสี
ทำผมสองสีแบบ Split dyed

ทำผมสองสีแบบ Split dyed

ผมสองสีแบบ Split dyed คือการเลือกย้อมสีผมแค่ครึ่งเดียว หรือจะย้อมผมสองสีโดยแบ่งครึ่งอย่างละสีก็ได้เช่นกัน ซึ่งหากใครที่ชอบสีสันสดใส ก็สามารถเลือกย้อมผมสีแรงๆ เพื่อให้สีตัดกับสีผมเดิมไปเลยก็ได้ เช่น สีขาว-สีดำ, สีบลอนด์-สีน้ำตาลเข้ม เป็นต้น  แต่ถ้าสาวๆ คนไหนอยากได้ลุคที่ดูสวยหวาน ก็ให้เลือกแมทช์เฉดสีที่ใกล้เคียงกัน อย่างเช่น สีชมพูอ่อน-สีม่วง, สีฟ้า-สีเขียวอ่อน หรือแม้แต่สีส้ม-สีแดง ก็ดูเก๋ไม่เบาเลยทีเดียว

ผมสองสี
ทำผมสองสี Half Hair Color

ทำผมสองสีแบบ Half hair color

หากสาวๆ คนไหนที่เบื่อการทำสีผมแบบเดิมๆ แล้ว การทำผมสองสีแบบ Half hair ก็ถือเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ  โดยการทำผมสองสีแบบนี้จะเป็นการเล่นสีสันบนเส้นผม โดยจะแบ่งการทำสีผม 2 ข้างซ้ายขวา หรือจะแบ่งเป็นครึ่งบนและครึ่งล่างก็ได้ ด้วยสีที่ไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น สีขาว-สีดำ, สีชมพู-สีเขียว หรือ สีเทา-สีดำ เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะเป็นการทำสีผมที่ดูแปลกใหม่แล้ว ก็ยังเป็นการผสมสองสีให้ดูสวยเก๋แบบมีสไตล์อีกด้วยค่ะ

Editor’s tip : หลังจากทำสีผม สาวๆ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยฟื้นบำรุงผมแห้งเสีย อย่าง โดฟ มอยเจอร์ แคร์ ทรีทเม้นท์ คอนดิชันเนอร์แบบหลอด สินค้านำเข้าจากญี่ปุ่น สูตรที่ช่วยบำรุงล้ำลึกเป็นพิเศษ ซึ่งสามารถซึมซาบฟื้นบำรุงผมเสียจากภายในให้สวยได้ภายใน 30 วินาที

ผมสองสี
ออมเบร (Credit : Shutterstock)

ออมเบร (Ombre)

การทำผมสองสีแบบออมเบร (Ombre) จะไม่แบ่งสีผมให้ดูตัดกันแบบชัดๆ แต่จะใช้เทคนิคการไล่ระดับสีผมให้ดูกลมกลืนกัน โดยจะไล่เฉดสีจากโทนสีเข้มไปหาโทนสีอ่อน ซึ่งสาวๆ สามารถจับคู่สองสีที่ใกล้เคียงกันมาทำผมออมเบรได้ อาทิ สีนู้ด-สีม่วง, สีน้ำตาล-สีบลอนด์ หรือ แม้แต่คู่สีที่ต่างกันอย่าง สีดำ-สีชมพู, สีม่วง-สีเขียว ซึ่งเทคนิดการทำผมสองสีแบบออมเบร จะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้สีผมดูน่าสนใจ และดูลื่นไหลสวยงามเป็นธรรมชาติ

ผมสองสี
ดิพดายแฮร์ (Credit : Shutterstock)

ดิพดายแฮร์ (Dip dye hair)

การทำผมสองสีแบบ Dip dye จะต่างออกไปจากการทำสีผมแบบออมเบร (Ombre) เพราะออมเบรจะใช้เทคนิคการไล่ระดับสีผม ส่วนการทำผมสองสีแบบดิพดายนั้น จะเหมือนเป็นการจุ่มสีให้ปลายผม และมีการไล่สีผมให้ดูเหมือนสีตกสไตล์ผ้ามัดย้อม โดยสาวๆ สามารถเลือกทำได้ทุกสีตามใจชอบ หรือถ้าอยากเพิ่มลุคให้ดูสดใส จะเลือกทำเป็นสีสว่างๆ หรือสีสดๆ  ไม่ว่าจะเป็น สีฟ้า, สีชมพู หรือสีกลุ่มพาสเทลทั้งหลาย เป็นต้น ทั้งการทำผมสองสีแบบดิพดาย สาวๆ จะเลือกไล่เฉดเรียงจากสีเข้มไปอ่อน หรือจะเรียงเฉดจากอ่อนลงมาเข้มก็ได้เช่นกัน  ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน

Editor’s tip : ไม่ว่าสาวๆ จะเลือกทำผมกี่สี การดูแลบำรุงผมให้สุขภาพดีก็เป็นสิ่งที่ขาดไปเลยไม่ได้เพราะฉะนั้นสาวๆ จึงควรทำทรีตเมนท์เป็นประจำด้วย เทรซาเม่ เคราติน สมูท มาส์ก ทรีตเมนต์มาส์กสูตรเข้มข้นพิเศษ ที่ผสานคุณค่าเคราติน ช่วยฟื้นบำรุงผมทำสีที่มักแห้งเสียชี้ฟูเส้นต่อเส้นได้อย่างล้ำลึก

ไม่ว่าจะเป็นผมสองสีแบบไหน การเลือกสีผมให้เหมาะกับตัวเอง ก็เป็นสิ่งสำคัญที่สาวๆ ควรคำนึงถึงมากที่สุด เพราะแน่นอนว่าการทำสีผมให้เข้ากับทรงผมที่ออกแบบมา ก็จะช่วยทำให้คุณดูโดดเด่น และขับผิวให้ดูสวยมากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้สาวๆ ยังสามารถติดตามเรื่องราวและไอเดียสีผมสวยๆ อีกมากมาย กันได้ใน สีผม หรือกดติดตามเรากันได้ทางทวิตเตอร์ที่ @ATHThailand นะคะ