เทคนิคบอกช่างตัดผมอย่างไรให้ได้ทรงผมสวยเป๊ะตามต้องการ 100%

การเตรียมตัวก่อนตัดผม เพื่อให้ได้ทรงผมตรงตามที่ต้องการมากที่สุด

ใครเคยเข้าร้านตัดผม แล้วทรงผมที่ออกมาทำให้ต้องหงุดหงิดบ้างมั้ยคะ? ไม่ว่าจะเพราะสาเหตุตัดผมไม่ได้ดั่งใจ หรือสั้นเกินกว่าที่ต้องการ หรือตัดแล้วไม่เข้ากับรูปหน้า จนทำให้เราหมดความมั่นใจไปเลย

แต่จากนี้ไปเราจะไม่ต้องกังวลกันอีกแล้วนะคะ เพราะ All Things Hair มีเทคนิคและคำแนะนำดีๆ ในการเตรียมตัวก่อนตัดผม และวิธีสื่อสารกับช่างตัดผมมาฝากกัน ที่รับรองว่าจะช่วยให้การตัดผมของคุณออกมาสวยเป๊ะตามต้องการ 100% แน่นอนค่ะ

ตัดผมที่ร้าน
การเลือกสไตล์ผมที่ต้องการ (Credit: Rex by Shutterstock)

เลือกสไตล์ผมที่ต้องการ

การที่เราได้เลือกสไตล์ผมที่ต้องการก่อนเข้าร้านตัดผม ย่อมดีกว่าการเข้าร้านตัดผมแบบไร้จุดหมาย เพราะถ้าหากเรายังไม่รู้ว่าจะตัดทรงอะไรดี แล้วตัดสินใจให้ช่างตัดผมเป็นคนออกแบบ ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าทรงผมใหม่ที่ได้อาจไม่ค่อยถูกใจเรา ซึ่งถึงแม้มันจะไม่ใช่ความผิดของช่างตัดผม แต่มันก็ทำให้เราเสียความรู้สึกได้อยู่ดี

นัดเวลาล่วงหน้า

เมื่อเราหาร้านตัดผมที่ถูกใจได้แล้ว ก็ควรโทรนัดจองคิวล่วงหน้าก่อนด้วย โดยเฉพาะหากเราสะดวกในช่วงวันหยุด (วันเสาร์-อาทิตย์) เพื่อจะได้ตัดผมกับช่างที่รู้ใจ และไม่ต้องไปรอนานๆ ให้อารมณ์เสียเปล่าๆ ด้วย

เลือกใส่ชุดให้แมตช์กับทรงผมใหม่

การเลือกใส่ชุดให้แมตช์กับทรงผมใหม่ไปเลยก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ ยกตัวอย่างเช่น หากทรงผมที่เราเลือกตัดเป็นทรงบ๊อบเทสุดเปรี้ยว แต่ชุดที่เราใส่มากลับเป็นเสื้อยืดกางเกงขาสั้นธรรมดาๆ แทนที่จะเสริมให้ทรงผมใหม่ดูเก๋ชิค กลับทำให้ลุคของเราดรอปลง หรือดูไม่เข้ากัน ซึ่งอาจทำให้เราคิดไปเองว่าทรงผมที่ได้นั้นไม่สวยเลย

ทางที่ดีเราจึงควรจินตนาการถึงทรงผมใหม่ของเรา แล้วเลือกสวมใส่ชุด หรือเครื่องประดับเก๋ๆ ก่อนไปตัดผม เพื่อจะได้เห็นภาพที่แท้จริงว่าเราเข้ากับทรงผมใหม่หรือไม่

ให้ช่างตัดผมดูรูปผมที่ลูกค้าต้องการ
เตรียมรูปและสไตล์ทรงผมที่เราต้องการไปด้วย (Credit: Rex by Shutterstock)

เตรียมรูปและสไตล์ทรงผมที่เราต้องการไปด้วย

เราควรนำรูปสไตล์ทรงผมที่ต้องการไปด้วย เพื่อบอกความต้องการและปรึกษากับช่างตัดผม ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว ช่างตัดผมก็อาจจะมีการดัดแปลงทรงผมจากแบบที่เรานำมาเล็กน้อย เพื่อให้เข้ากับรูปหน้าและสภาพเส้นผมของลูกค้ามากขึ้น

ปรึกษากับช่างตัดผม

ก่อนที่จะตัดผม เราควรแจ้งให้ช่างตัดผมทราบว่าเราอยากได้ความยาวประมาณไหน และก่อนหน้านี้ผมมีปัญหาอย่างไร เช่น หากกลัวว่าตัดผมประบ่า แล้วผมจะชี้บานเป็นหางเป็ด ก็ควรปรึกษากับช่างตัดผมให้ช่วยแก้ไขจุดที่เรากังวลให้ก่อน

บอกสไตล์ทรงผมที่อยากได้ในครั้งต่อไป

แม้ดูเหมือนไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่จริงๆ แล้วการตัดผมก็ควรมีการวางแผนล่วงหน้าเอาไว้ด้วย เช่น ตอนนี้ตัดผมทรงผมบ๊อบ แต่ครั้งต่อไปอยากตัดทรงหัวเห็ด ซึ่งการบอกช่างให้รู้ความต้องการของเราล่วงหน้า ช่างตัดผมก็จะได้วางแบบผมไว้ก่อน พร้อมกับให้คำแนะนำแก่เราเพิ่มเติมในการไว้ผมต่อไป

ตัดซอยผม
สื่อสารกับช่างตัดผมให้เข้าใจก่อนตัดผม (Credit: Rex by Shutterstock)

สื่อสารกับช่างตัดผมให้เข้าใจ

อันดับแรกเราควร “แจ้งสไตล์ทรงผมที่เราต้องการ” จากนั้นจึง “รับฟังคำแนะนำจากช่างตัดผม” ว่าควรดัดแปลงทรงผมนั้นอย่างไร เพื่อให้เข้ากับรูปหน้าของเรามากที่สุด

จากนั้นจึงสรุปและตกลงแบบผมที่จะตัดและความยาวที่ต้องการให้เรียบร้อย เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าและช่างตัดผมเข้าใจตรงกันแล้ว จะได้ไม่เกิดข้อผิดพลาดตามมาในภายหลัง

พูดแสดงความต้องการ แต่ไม่ใช่การออกคำสั่ง

ควรพูดกับช่างตัดผมอย่างสุภาพไพเราะว่าเราอยากตัดผมแบบไหน ไม่ใช่ไปออกคำสั่ง หรือคอยติว่าอย่าทำอย่างนั้นอย่างนี้ในขณะตัดผม ซึ่งนอกจากจะเป็นการเสียมารยาทและไม่ให้เกียรติช่างแล้ว ยังอาจทำให้ช่างตัดผมสับสนจนทำให้ทรงผมที่ได้ออกมาผิดแบบไปหมดด้วย

ช่างทำผมเซ็ตผมให้ลูกค้า
ซักถามวิธีเซ็ตผมจากช่าง (Credit: Rex by Shutterstock)

ซักถามวิธีเซ็ตผม

วิธีการเซ็ตผมก็ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ควรใส่ใจ ไม่ว่าจะเป็นการไดร์ผมยังไง หรือใช้ผลิตภัณฑ์แบบไหนเพื่อจัดแต่งทรงผมให้สวยเป๊ะได้ทุกวัน เหมือนกับเพิ่งออกจากร้านมาใหม่ๆ ยกตัวอย่างเช่น

หากอยากให้ผมดูมีวอลลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ ก็อาจจะต้องพึ่งสเปรย์น้ำเกลือ หรือถ้าหากอยากเซ็ตผมแบบเรียบๆ เนี๊ยบๆ ก็ต้องใช้ผลิตภัณฑ์จำพวกแว็กส์ อาทิ โทนี่ แอนด์ กาย เมน แมทติฟายอิ้ง พัตตี้ หรือ ถ้าเรามีปัญหาผมชี้ฟู ก็อาจใช้ ซันซิล ลีฟออนครีม สมูท แอนด์ เมเนจเจเบิ้ล  ลูบไปบนเส้นผมเพื่อแก้ปัญหาค่ะ

เพียงแค่คุณทำตามขั้นตอนและคำแนะนำเหล่านี้ เราเชื่อว่าการจะได้ทรงผมที่ไม่ถูกใจ ก็ย่อมจะเป็นไปได้ยากแน่นอน และดีไม่ดีอาจจะได้ทรงผมที่คุณถูกใจยิ่งกว่าเดิมอีกด้วยค่ะ

เรื่องต่อไป

มาทำความรู้จักหวีและแปรงแต่ละประเภทกันให้มากขึ้น