ย้อนดูการแต่งกายชุดไทยและทรงผมในสมัยโบราณ จากละคร ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง

Waraporn | 07 มีนาคม 2019
ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง

“ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง” ละครสุดฮิตสะท้อนชีวิตคนไทยในสมัยก่อน

ในนาทีนี้ไม่มีใครไม่ดู “ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง” ละครพีเรียดคอมเมดี้ที่กำลังเป็นกระแสโด่งดัง เพราะด้วยเสน่ห์ของบรรยากาศย้อนยุค และความสนุกเฮฮาเบาสมอง แถมสอดแทรกสาระอีกเพียบ จึงทำให้ละครเรื่องนี้เรตติ้งมาแรงจนฉุดไม่อยู่เลยทีเดียว เรียกได้ว่าสนุกมากๆ จนไม่ดูไม่ได้แล้ว!

แต่นอกจากจะมีความบันเทิงที่มอบให้แก่ผู้ชม และความรู้ภูมิปัญญาเรื่องสมุนไพรไทยแล้ว อีกหนึ่งสีสันของละครเรื่องนี้ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องเสื้อผ้าหน้าผม ที่สะท้อนถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยในสมัยก่อน รวมไปถึงประวัติศาสตร์ไทยด้วย

All Things Hair จะชวนคุณไปรู้จักกับทรงผมและเครื่องแต่งกายในยุคนี้ เพื่อดูแล้วจะได้ยิง “อิน” กันมากขึ้นค่ะ



การแต่งกายชุดไทยและทรงผม

จากละคร “ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง”



เสื้อผ้า-ทรงผมผู้ชายทั่วไป

ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง
เสื้อผ้า-ทรงผมผู้ชายทั่วไป (Credit: Ch3Thailand YouTube)

ละครเรื่องนี้จะอยู่ในช่วงรัชกาลที่ 5 การแต่งกายของผู้ชายทั่วไป (หรือเรียกง่ายๆ ว่าชาวบ้าน) จะนิยมนุ่งผ้าลอยชาย มีผ้าขาวม้า หรือผ้าอะไรก็ได้แตะบ่า คลุมไหล่ หรือคาดพุง ซึ่งเป็นประเพณีการแต่งกายของคนไทยตามปกติมาแต่โบราณ การนุ่งผ้าลอยชายนี้นิยมนุ่งทั้งคนแก่และคนหนุ่ม แต่คนหนุ่มจะใช้ผ้าคลุมสองไหล่และคาดพุง ไม่นิยมใช้ผ้าแตะบ่า ส่วนทรงผมจะทำผมทรงมหาดไทย หรือชาวบ้านจะเรียกว่า ทรงหลักแจว

ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง
ผมทรงมหาดไทย (Credit: Ch3Thailand YouTube)

ผมทรงมหาดไทย มีลักษณะโกนรอบศีรษะ แต่จะมีผมอยู่ตอนกลางศีรษะ และหวีแสกกลาง ถึงแม้ในละครจะอยู่ในยุคสมัยรัชกาลที่ 5 ที่มีการยกเลิกการไว้ผมทรงมหาดไทยไปแล้ว แต่ชายไทยก็ยังนิยมไว้ผมทรงมหาดไทยกันอยู่พอควร แต่เพราะได้รับอิทธิพลทางตะวันตกเข้ามา จึงมีการไว้ผมยาวขึ้น แล้วตัดอย่างฝรั่ง ซึ่งมีทั้งหวีแสกและหวีเสยด้วย

เสื้อผ้า-ทรงผมผู้หญิงทั่วไป

ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง
เสื้อผ้า-ทรงผมผู้หญิงทั่วไป (Credit: Ch3Thailand YouTube)
ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง
เสื้อผ้า-ทรงผมผู้หญิงทั่วไป (Credit: Ch3Thailand YouTube)

การแต่งกายของผู้หญิงในสมัยนั้น นิยมนุ่งผ้าลายโจงกระเบน  นุ่งจีบ  ใส่เสื้อกระบอก  คือมีลักษณะผ่าอก  คอตั้งปลาย  แขนยาวถึงข้อมือ  เสื้อจะพอดีตัวยาวเพียงเอว แล้วห่มสไบจีบเฉียงบนเสื้ออีกที  แต่ถ้าอยู่บ้านจะนุ่งผ้าแถบและหากทำงานกลางแจ้งยังห่มตะเบ็งมาน

สำหรับทรงผมจะไว้ทรงผมปีก  ที่ด้านหลังตัดสั้น  บางคนโกนผมขึ้นเหมือนทรงมหาดไทยของผู้ชาย  อาจมีการปล่อยชายผมให้ตกริมหูทั้งสองข้าง  หรือเรียกว่า “ผมทัด”

เจ้านายในราชสำนักและคนชั้นสูง (ฝ่ายชาย)

ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง
เจ้านายในราชสำนักและคนชั้นสูง (ฝ่ายชาย) (Credit: Ch3Thailand YouTube)
ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง
เสื้อราชประแตน กระดุม 5 เม็ด (Credit: Ch3Thailand YouTube)

สมัยรัชกาลที่ 5 ถือเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงการแต่งกายของคนไทย เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากตะวันตก และมีการนำแบบอย่างการแต่งกายของชาวยุโรปมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย

โดยเจ้านายในราชสำนักและคนชนชั้นสูง ผู้ชายจะนิยมนุ่งผ้าม่วงโจงกระเบน สวมเสื้อราชประแตน (เสื้อคอปิดกระดุม 5 เม็ด) สวมหมวกหางนกยูง ถือไม้เท้า เมื่อไปงานพิธีต่างๆ จะสวมถุงเท้าและรองเท้าด้วย ส่วนของทรงผมก็จะไว้ทรงผมรองทรง

เจ้านายในราชสำนักและคนชั้นสูง (ฝ่ายหญิง)

ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง
เจ้านายในราชสำนักและคนชั้นสูง (ฝ่ายหญิง) (Credit: Ch3Thailand YouTube)
ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง
ผมทรงดอกกระทุ่ม (Credit: Ch3Thailand YouTube)

การแต่งกายของสตรีเจ้านายชั้นสูง จะนุ่งทรงผ้าโจงเป็นผ้าไหมยกดอก ห่มสไบเฉลียงบ่า และปล่อยชายยาวไปข้างหลัง ในส่วนของทรงผมก็จะเลิกไว้ผมปีกแต่เปลี่ยนมาไว้ผมยาวประบ่าแทน ลักษณะคือไว้ผมยาวลงมาบริเวณต้นคอและจับด้วยน้ำมันตานีหอม ด้านหน้าหวีเสยขึ้น

ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นไว้ทรงดอกกระทุ่ม โดยลักษณะของผมทรงนี้จะตลบผมไปทางด้านหลังทั้งหมด ปาดให้เรียบ และจัดทรงให้คล้ายดอกกระทุ่ม เมื่อยาวพอดีแล้วก็จะหวีเสยขึ้นไปตรงๆ และหวีเสยด้านหน้าให้ตั้งสูง จับด้วยน้ำมันตานีหอมให้ทรงอยู่ตัว

การเซ็ตผมของคนไทยสมัยโบราณให้อยู่ทรงนั้น ส่วนมากจะใช้น้ำมันตานีหอม ซึ่งมีส่วนผสมของ กะทิคั้นสด ดอกลำเจียก ดอกกระดังงาไทย ดอกมะลิ น้ำมันจันทร์ ผิวมะกรูดและขี้ผึ้งแท้เล็กน้อย และอีกชนิดหนึ่งก็คือ ขี้ผึ้งใส่ผม ซึ่งใช้ชี้ผึ้งแท้ผสมกับน้ำมันมะพร้าว ซึ่งในปัจจุบันไม่เป็นที่นิยมใช้กันแล้ว แต่ถ้าอยากจะเซ็ตผมออกงานย้อนยุคสไตล์นี้ ก็มีสามารถใช้โพเมดหรือสเปรย์แต่งผมแทนได้ค่ะ

ถึงแม้การแต่งตัวหรือทรงผมในละครอาจไม่ได้ตรงเป๊ะตามตำราเลยทีเดียว แต่ก็ถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างดีและสมจริง ทำให้เราพอมองเห็นภาพของคนในยุคก่อน และทำให้คนรุ่นหลังๆ หันมาสนใจศึกษาค้นคว้าเรื่องไทยๆ กันมากขึ้นด้วยค่ะ

อ่านต่อ