ทรงผมทหาร ทรงผมสั้นเกรียนเท่ๆ ไม่ต้องเป็นทหารก็ตัดได้

รวมแบบทรงผมทหารเท่ๆ สมัยใหม่ที่ใครก็ตัดได้

ทรงผมทหาร สำหรับคนที่เป็นทหารจริงๆ มีดีไซน์เพียงแบบเดียวเท่านั้น คือจะต้องตัดให้สั้น ด้านข้างต้องไถให้ขาว ส่วนความยาวด้านบนจะต้องไม่เกิน 2-3 ซม. ซึ่งผู้ชายไทยส่วนใหญ่ก็คงจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว เพราะเป็นทรงผมตามระเบียบที่จะต้องตัดกันมาตั้งแต่สมัยเรียน

แต่ถ้าพูดถึงแฟชั่นของทรงผมทหาร พวกทรง  Crew cut, Buzz cut , Flat top หรือ แม้แต่สกินเฮด ก็ยังเข้าข่ายของทรงผมทหารด้วย ซึ่งโดยหลักๆ แล้วส่วนใหญ่ก็จะมีลักษณะ High & Tight คือจะไถข้างสูงและบนสั้น แต่ก็จะดีเทลที่แตกต่างกันออกไปอีก

ด้วยความทรงผมทหารจะค่อนข้างเรียบง่าย จึงทำให้ยังเข้ากับยุคสมัยอยู่ตลอด หลายคนที่ไม่ได้เป็นทหารจริงๆ ก็ยังนิยมทำผมแนวนี้กันมาก เพราะมันดูสะอาดสะอ้าน ทะมัดทะแมง และดูแลได้ง่าย ซึ่งหากใครเล็งๆ อยู่ว่าจะตัดทรงผมแนวนี้ ก็ลองมาดูแบบทรงผมทหารเท่ๆ ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ได้เลย

Crew cut

ทรงผมทหาร
Crew cut (Credit : Shutterstock)

Crew cut เป็นทรงผมทหารที่มีลักษณะสั้นเกรียนทั้งเส้นผมและหนวดเครา มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่ช่วงยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยมีจุดประสงค์เพื่อสุขอนามัยที่ดีของทหารเรือที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่จำกัดระหว่างทำสงคราม

ปัจจุบันรูปแบบของทรงผม Crew cut ก็ยังมีลักษณะสั้นเกรียนเช่นเดิม แต่อาจเพิ่มเติมโดยมีการเฟดไล่ระดับจากผมด้านบนลงมาด้านล่าง รวมถึงจะมีการไว้ผมด้านบนให้มีความยาวพอสมควร เพื่อให้จัดทรงผมในสไตล์ต่างๆ ได้ตามที่เราต้องการ

Buzz cut

ทรงผมทหาร
Buzz cut (Credit : Shutterstock)

Buzz cut  เป็นทรงผมที่มีลักษณะสั้นเกรียน แต่ไม่ได้ถึงกับโกนเกลี้ยงจนโล้นทั้งศีรษะ ถือเป็นทรงผมที่ทหารทั่วโลกนิยมตัดกันมาตั้งแต่ช่วงยุคสงคราม เพราะเป็นทรงผมที่ทะมัดทะแมง คล่องตัว ทำแล้วสามารถลุยภาคพื้นสนามได้ดี

ซึ่งด้วยความเรียบง่าย ตัดแล้วสบายหัวแบบนี้ จึงทำให้ Buzz cut ยังคงเป็นทรงผมที่นิยมมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ Buzz cut เหมาะสำหรับคนที่มีรูปศีรษะทุย เพราะผมทรงนี้จะสั้นเกรียนโชว์ให้เห็นรูปทรงของศีรษะได้ชัดเจน

Flat top

ทรงผมทหาร
Flat top (Credit : Shutterstock)

Flat top เป็นอีกทรงผมที่ได้รับอิทธิพลมาจากแฟชั่นยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ทหารอเมริกันจะนิยมตัดผมด้านบนให้สั้นหนา แล้วปาดเป็นแนวตรง และจะตัดให้สั้นรับกับผมด้านข้างและด้านหลัง ซึ่งคนไทยรู้จักทรงผมนี้ในชื่อว่า “อเมริกันลานบิน” นั่นเอง

แต่หลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทรงผม Flat top ก็ยังได้รับความนิยมอยู่ โดยเฉพาะในช่วงยุค 50’s และ 80’s  ที่ทรงผม Flat top ไม่ได้นิยมตัดในเฉพาะหมู่ทหารเท่านั้น แต่เหล่าคนงานชาย และนักกีฬาทั้งหลาย ก็ตัดทรงผมนี้กันเป็นแถว

Editor’s tip : ข้อดีของทรงผมทหารก็คือ ส่วนใหญ่จะเป็นทรงผมที่สั้นเกรียน จึงไม่ต้องดูแลอะไรมาก แต่อย่างไรก็ตามหนุ่มๆ ก็ควรใส่ใจเรื่องความสะอาดเป็นสำคัญ โดยเราแนะนำให้เลือกใช้แชมพู อาทิ เคลียร์ เมน แชมพูขจัดรังแคสูตร ดีพคลีนส์, เคลียร์ เมน แชมพูขจัดรังแคสูตร คูลสปอร์ต เมนทอล และ เคลียร์ เมน แชมพู แอนตี้-แฮร์ฟอล 3 สูตรแชมพูสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะ ที่จะช่วยทำความสะอาดเส้นผมของผู้ชายได้อย่างล้ำลึก และช่วยให้หนังศีรษะสดชื่นและสุขภาพดี

Skinhead

ทรงผมทหาร
Skinhead (Credit : Shutterstock)

ในส่วนของทรงสกินเฮดจะยังเน้นความสั้นเกรียนแบบทรงทหารอยู่ แต่จะสั้นเกรียนเท่ากันทั้งศีรษะ ไม่ไว้ความยาวด้านบน ทั้งนี้ทรงสกินเฮดก็ยังแบ่งออกได้อีกหลายแบบด้วยกัน มีตั้งแต่โล้นไปเลย หรือจะแบบ The Induction Cut ที่สั้นติดหนังหัว และ Close-Cropped Buzz ที่ก็จะยาวขึ้นมาอีกหน่อย เป็นต้น

High top fade

ทรงผมทหาร
High top fade (Credit : Shutterstock)

รองทรงสูง ที่ไล่เฟดให้สูงและสั้นเกรียน แต่จะไว้ผมด้านบนให้ยาวเล็กน้อย แบบนี้ก็มีความใกล้เคียงและได้ฟีลทรงผมทหารอยู่นะ เพียงแต่สามารถเพิ่มลูกเล่นให้ผมด้านบนพอจัดเป็นทรงอื่นๆ ได้ แค่หลักๆ แล้วจะต้องขึ้นแบบให้ฐานค่อนข้างสูง  หรืออยู่ระดับเหนือขมับนั่นเอง

นอกจากทรงผมทหารเหล่านี้แล้ว เราก็ยังมีประวัติที่น่าสนใจ และไอเดียทรงผมชายแบบอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ ทรงผมอันเดอร์คัต, ทรงผมปอมปาดัวร์, ทรงทหารอเมริกัน, ทรงผมควิฟ, ทรงผมเฟด และ ทรงผมสกินเฮด เป็นต้น ซึ่งใครที่สนใจก็สามารถเข้าไปดูได้ที่ ทรงผมชาย กันได้เลย