วิธี รักษารังแค สำหรับทุกสภาพหนังศีรษะ และขั้นตอนการกำจัดรังแคง่ายๆ

ทุกสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการรักษารังแคให้หายไป

รังแค ไม่ว่าจะเป็นน้อย หรือเป็นมาก ก็ล้วนสร้างความรำคาญใจ และเป็นปัญหาที่ใครหลายคนอยากกำจัดไปให้สิ้นซาก อาการที่เกิดขึ้น ทั้งอาการคัน หนังศีรษะแห้ง และความรู้สึกระคายเคืองต่างๆ เป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ว่า เราควรต้องไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้ว หรือ เรายังสามารถจัดการปัญหาได้ด้วยตนเองหรือไม่

All Things Hair มีคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ในเรื่องรังแค เริ่มจากสร้างความเข้าใจถึงต้นตอ และสาเหตุของการเกิดรังแคก่อน จากนั้นเราจะรักษารังแคได้อย่างไร ไปจนถึงเราต้องปฏิบัติตามขั้นตอนอะไรบ้าง ที่จะช่วยกำจัดรังแคให้หมดไป

หนังศีรษะ มีสะเก็ดรังแค
(Credit: Natasha Estelle)

จะรู้ได้อย่างไรว่ามีปัญหารังแครุนแรง

สิ่งสำคัญประการแรกคือ เราจะต้องสังเกตดูก่อนว่า เราเป็นรังแคอยู่ที่ระดับความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน โดย Peter Bailey ผู้จัดการทางเทคนิคเรื่องการดูแลเส้นผมของยูนิลีเวอร์ กล่าวว่า “ประชากร (ผู้ใหญ่) ราวครึ่งหนึ่งของประชากรทั่วโลก ประสบปัญหารังแค โดยจะมีสะเก็ดเล็กๆ สีขาวๆ อยู่บนเส้นผม หรือร่วงหล่นให้เห็นบนไหล่”

แต่อาการที่จะรุนแรงมากขึ้น คือผื่นแดง ผื่นคันบนหนังศีรษะ และมีสะเก็ดรังแคที่เล็กใหญ่ไม่สม่ำเสมอกัน เป็นสัญญาณที่บ่งบอกได้ว่าเริ่มมีปัญหาโรคผิวหนังร่วมด้วย ซึ่งถ้าหากมีอาการเช่นนี้ ก็ควรที่จะต้องไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวินิจฉัยอาการที่ถูกต้อง และหาแนวทางการดูแลรักษาที่เหมาะสม

ปัญหารังแคที่รุนแรงมีอาการอย่างไรบ้าง

ปัญหารังแคทั่วไปที่ไม่รุนแรงนัก ดูได้จากการลอกของหนังศีรษะ ที่จะเห็นเป็นสะเก็ดสีขาวเล็กๆ หลุดลอกอยู่บนหนังศีรษะ หรือ ร่วงหล่นลงมาติดตามเสื้อผ้า ในกรณีของปัญหารังแคที่รุนแรงกว่า ก็จะปรากฎให้เห็นสะเก็ดสีขาวที่มีแผ่นใหญ่กว่าเดิม และมีจำนวนที่มากขึ้น รวมถึงมีอาการคันมาก พบผื่นแดง และพบว่าหนังศีรษะแห้งมากร่วมด้วย อาการเหล่านี้บ่งชี้ว่าเริ่มมีปัญหาเรื่องสุขภาพหนังศีรษะ และควรได้รับการแก้ไขจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเร็วที่สุด

ผู้หญิงเอเชีย ผมยาว ใส่เสื้อสีดำคอเต้า ยืนเอามือเท้าคาง
วิธี รักษารังแค ให้หมดไป (Credit: Natasha Estelle)

ปัญหารังแคในกรณีที่มีอาการรุนแรง ควรต้องได้รับการรักษาที่เหมาะสม และได้รับคำแนะนำจากแพทย์ รวมถึงอาจจำเป็นจะต้องใช้ผลิตภัณฑ์ หรือแชมพูยา ที่มีส่วนผสมของ คีโตโคนาโซล (ketoconazole) หรือ ซีลีเนียมซัลไฟด์ (Selenium Sulphide) ซึ่งมีคุณสมบัติต้านเชื้อรา และรักษาการติดเชื้อราที่ผิวหนัง

แต่ถ้าเป็นรังแคธรรมดาทั่วไป เราก็สามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง เรียกได้ว่าเป็นการดูแลรักษารังแคเบื้องต้น ที่ไม่เพียงแค่จะช่วยกำจัดรังแคได้เท่านั้น แต่ยังป้องกันไม่ให้มันกลับมาเป็นซ้ำอีกด้วย เพียงทำตามเคล็ดลับง่ายๆ ดังต่อไปนี้

ทำให้หนังศีรษะชุ่มชื้น

ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้หนังศีรษะ เพราะการขาดน้ำจะส่งผลให้หนังศีรษะแห้ง ซึ่งจะทำให้การเป็นรังแคแย่ลงไปอีก จากอาการคันและการเกิดสะเก็ด นอกจากนี้ก็ไม่ควรลืมสวมหมวก หรือใช้ร่มในวันแดดจัด เพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนที่ทำให้หนังศีรษะแห้ง รวมไปถึงการตกแต่งทรงผมที่มากเกินไป ก็นำไปสู่ผมแห้งได้ ควรพยายามใช้ไดร์เป่าผม ที่ม้วนผมไฟฟ้า และที่หนีบผมตรงให้น้อยที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการทำร้ายเส้นผม

กำจัดน้ำมันส่วนเกิน

เพื่อคงความเงางามและชุ่มชื้นของเส้นผม หนังศีรษะจะผลิต ซีบัม (น้ำมันตามธรรมชาติ) เพื่อเป็นชั้นสำหรับการปกป้องหนังศีรษะจากการสูญเสียความชุ่มชื้น แต่อะไรที่มากเกินไปก็ไม่ดี เพราะน้ำมันส่วนเกินจะทำให้ผมมันและส่งผลให้เกิดรังแคได้ การรักษาระดับไขมันสามารถทำได้โดยการใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมให้น้อยที่สุด และล้างผมให้สะอาดเสมอ หลังจากสระด้วยแชมพู วิธีนี้จะกำจัดการสะสมของสิ่งตกค้าง ซึ่งเป็นสาเหตุให้ผมเกิดความมันมากเกินไป และยังทำให้ดูไม่สะอาดสะอ้านอีกด้วย

ลองการดูแลด้วยวิธีธรรมชาติ

การขจัดรังแคด้วยวิธีธรรมชาตินั้นน่าทึ่งกว่าที่คิด เพราะการใช้อะไรที่เป็นธรรมชาติ ย่อมดีและอ่อนโยนต่อเส้นผมและหนังศีรษะของเราแน่นอน ยกตัวอย่างเช่น การใช้น้ำส้มสายชูแอปเปิลไซเดอร์ชำระล้างหนังศีรษะ จะช่วยลดจำนวนจุลินทรีย์บนหนังศีรษะได้ หรือ จะใช้น้ำชาเขียวหมักผม ก็จะช่วยลดการเกิดรังแคและอาการคันบนหนังศีรษะ แถมยังช่วยบำรุงผมให้เงางามมากขึ้นด้วย หรือใครที่สนใจดูวิธีอื่นๆ เพิ่มเติม ก็สามารถเข้าไปดูกันได้ที่ วิธีขจัดรังแคแบบธรรมชาติ ค่ะ

ในส่วนของการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จำพวก แชมพูขจัดรังแค ถึงแม้จะควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสภาพหนังศีรษะและเส้นผมเป็นหลักก็จริง แต่ก็ยังต้องคำนึงถึงการรักษาอาการที่เกิดขึ้นควบคู่ไปกับการขจัดรังแคด้วย ไม่ว่าจะอาการคันหนังศีรษะ หนังศีรษะแห้ง และหนังศีรษะมัน อย่างไรแล้วก็ลองมาดูกันดีกว่าว่า ผลิตภัณฑ์ไหนที่จะช่วยจัดการกับรังแคได้ดีที่สุดสำหรับอาการแต่ละแบบ

แชมพูขจัดรังแค เคลียร์ ไอซ์คูล เมนทอล พร้อมครีมบำรุงผม
แชมพูขจัดรังแค เคลียร์ ไอซ์คูล เมนทอล พร้อมครีมบำรุงผม (Credit: Natasha Estelle)

อาการคันหนังศีรษะ

การเกาศีรษะเป็นประจำ อาจทำให้ดูเป็นคนสกปรก และส่งผลให้มีบุคลิกภาพที่ไม่ดี แนะนำให้ใช้แชมพูที่ช่วยลดอาการคันจากรังแค อย่าง เคลียร์ ไอซ์คูล เมนทอล พร้อมครีมบำรุงผม ที่มีส่วนผสมของมินต์ ซึ่งเป็นสูตรที่จะช่วยทำให้หนังศีรษะเย็นสดชื่น และลดการคันให้น้อยลงได้

หนังศีรษะแห้ง

หากหนังศีรษะรู้สึกตึง เพราะหนังศีรษะแห้ง สภาพเช่นนั้นเกิดขึ้นได้เมื่อหนังศีรษะสูญเสียความชุ่มชื้นมากเกินไป เนื่องจากปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น อากาศเย็น เชื้อรา หรือแม้แต่การขาดน้ำ แนะนำให้ใช้แชมพูอย่าง เคลียร์ คอมพลีท ซอฟต์แคร์ และครีมบำรุงผม ที่จะช่วยคงความชุ่มชื้นของเส้นผมเอาไว้ ด้วยกรดอะมิโนที่มีประสิทธิภาพในการบำรุงดูแลและทำให้หนังศีรษะชุ่มชื้น

แชมพูขจัดรังแค เคลียร์ เมน คูลสปอร์ต เมนทอล
แชมพูขจัดรังแค เคลียร์ เมน คูลสปอร์ต เมนทอล (Credit: Natasha Estelle)

หนังศีรษะมัน

โดยปกติหนังศีรษะของผู้ชายจะผลิตไขมันมากกว่าหนังศีรษะผู้หญิงถึง 60% ซึ่งก็จะทำให้หนังศีรษะของผู้ชายจะมันและง่ายต่อการเกิดรังแคได้มากกว่า แนะนำให้ใช้แชมพูสูตรพิเศษ อย่าง เคลียร์ เมน คูลสปอร์ต เมนทอล จะช่วยจัดการความมันและไขมันส่วนเกินอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็ช่วยเสริมเกราะป้องกันหนังศีรษะ ไม่ให้จากรังแคกลับมาเป็นซ้ำอีกด้วย

หนังศีรษะที่มีการจัดแต่งทรงผมเป็นประจำ

ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมช่วยให้ดูดีก็จริง แต่การใช้มากเกินไปอาจนำไปสู่การสะสมของสิ่งสกปรก ความมัน และสิ่งตกค้างต่างๆ ที่อาจอุดตันรูขุมขนบนหนังศีรษะจนเกิดรังแคได้ง่าย ในการแก้ปัญหาแบบเร่งด่วน ควรใช้ เคลียร์ เมน ดีพคลีนส์ สูตรผสมแอคทิเวตเตทคาร์บอนและเปลือกส้ม เพื่อการทำความสะอาดหนังศีรษะอย่างล้ำลึกทั่วถึง ให้ความรู้สึกสะอาดสดชื่น

สำหรับใครที่ประสบปัญหารังแคอยู่ ก็ลองทำตามขั้นตอนการรักษารังแคเหล่านี้ดู เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง รับรองว่าเพียงไม่นานอาการรังแคที่มีก็จะหายไปในที่สุด ส่วนใครที่มีอาการรังแคที่รุนแรง โดยมีอาการเกี่ยวกับโรคผิวหนังร่วมด้วย เราก็แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะดีที่สุดนะคะ