รู้จักหวีและแปรงแต่ละประเภท เพื่อสุขภาพผมที่ดี

Waraporn | 23 กรกฎาคม 2018

หวีและแปรงประเภทต่างๆ มีคุณสมบัติแตกต่างกันอย่างไร?

นอกจากจะต้องดูแลเส้นผมให้สะอาดสะอ้านไว้เสมอ โดยการใช้ผลิตภัณฑ์ชำระล้างบำรุงผมให้ถูกต้องตรงตามสภาพเส้นผมแล้ว การเลือกหวีและแปรงที่มีคุณภาพให้เหมาะกับเส้นผม ก็ถือเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้น All Things Hair จึงชวนมาทำความรู้จักหวีและแปรงแต่ละประเภทกันให้มากขึ้น



ประเภทของแปรง



หวีและแปรงแต่ละประเภท
แปรงสี่เหลียมผืนผ้าครึ่งวงขนาดเล็ก (Credit: Rex by Shutterstock)

แปรงสี่เหลียมผืนผ้าครึ่งวงขนาดเล็ก (Vent hair brush)

แปรงประเภทนี้มักมีขนแปรงห่างกัน และเป็นขนแปรงแบบยืดหยุ่น โอนอ่อนไปตามแรงหวี ถือเป็นแปรงที่นิยมใช้กันสูงสุดในการดรายผมในปัจจุบัน เพราะมีช่องหรือรูอยู่ที่ฐานขอบแปรง ซึ่งออกแบบมาให้ลมผ่านได้ดี จึงช่วยให้ผมแห้งเร็วขึ้น

แปรงประเภทนี้ยังช่วยเพิ่มน้ำหนักให้เส้นผมแลดูหนาขึ้น และยังช่วยให้ผมไม่พันกันด้วย นอกจากนี้ยังเหมาะมากสำหรับแปรงผมเส้นเล็กและเส้นผมที่เปราะบางอีกด้วยค่ะ

หวีและแปรงแต่ละประเภท
แปรงไม้พาย หรือ แปรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าครึ่งวงขนาดใหญ่ (Credit: Rex by Shutterstock)

แปรงไม้พาย หรือ แปรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าครึ่งวงขนาดใหญ่ (Paddle hair brush)

แปรงครึ่งวงสี่เหลี่ยมผืนผ้าครึ่งวงขนาดใหญ่ ที่มีความกว้างอย่างน้อย 3 นิ้ว เหมาะสำหรับผมยาวปานกลางถึงยาวมาก ผมหนา และผมยาวเท่ากันมากกว่าผมที่ซอยไล่เป็นชั้นๆ ส่วนฐานแปรงจะแบนเป็นแนวราบและมักจะมีแผ่นรองเป็นยางกับหัวขนแปรงเป็นปุ่ม ที่จะช่วยดึงผมยาวและหนาให้ตรงสวย

แปรงประเภทนี้ถือเป็นแปรงที่ใช้ดีกับผมที่ตรงโดยธรรมชาติ อีกทั้งยังสามารถช่วยดึงผมหยิกหรือหยักศกให้ตรงขึ้นอีก หลังจากดรายด้วยแปรงม้วนผมแล้ว นอกจากนี้ยังช่วยนวดกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตบริเวณหนังศีรษะในเวลาเดียวกันด้วย

หวีและแปรงแต่ละประเภท
แปรงวงรีครึ่งวง (Credit: Rex by Shutterstock)

แปรงวงรีครึ่งวง (Cushion hair brush)

แปรงชนิดนี้เหมาะกับผมยาวปานกลางถึงยาวมาก ควรใช้สำหรับแปรงผมประจำวัน อีกทั้งยังมีแผ่นรองที่เป็นยางนุ่มๆ และขนแปรงไนลอนหัวปุ่ม จึงช่วยนวดหนังศีรษะไปในตัวได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งประเภทออกเป็น 2 อย่างตามชนิดของขนแปรง ได้แก่

Pin brush: แปรงครึ่งวงกลมที่ขนแปรงทำด้วยเหล็ก เหมาะสำหรับสางผมหนาถึงหนามากและผมหยิก

Quill brush: แปรงวงรีครึ่งวงที่ขนแปรงเป็นยางไนลอน หรือขนหมูป่า (Boar bristle) ซึ่งช่วยนวดและกระจายน้ำมันได้ทั่วศีรษะ



ประเภทของหวี



หวีและแปรงแต่ละประเภท
หวีซี่ห่าง (Credit: Rex by Shutterstock)

หวีซี่ห่าง (Wide-Tooth comb)

หมาะสำหรับสางผมที่พันกัน เพราะจะไม่ทำให้ผมขาดง่าย อย่างไรก็ดีก็จำเป็นต้องสางด้วยความนุ่มนวล เพื่อป้องกันผมขาดหลุดร่วงให้มากที่สุด นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับหวีผมในขณะสระผม เพื่อช่วยจ่ายแชมพูและครีมนวดผมให้ทั่วทั้งศีรษะด้วย

หวีและแปรงแต่ละประเภท
หวีไม้ (Credit: Rex by Shutterstock)

หวีไม้ (Wooden hair comb)

หวีชนิดนี้มักจะเป็นไม้เนื้อแข็ง ประเภทไม้สนหรือไม้เชอรี่ และหวีไม้ที่มีคุณภาพสูงส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นงานแฮนด์เมดและขัดมัน ในปัจจุบันหวีไม้ซี่ห่างได้รับความนิยมสูงขึ้น และนำมาใช้แทนที่หวีพลาสติกซี่ถี่กันอย่างกว้างขวาง เนื่องจากหวีไม้ไม่ก่อให้เกิดไฟฟ้าสถิตเหมือนหวีพลาสติก



การใช้หวีและแปรงที่ถูกต้อง



การใช้แปรงและหวีที่ถูกต้อง ไม่ใช่แค่การใช้แปรงใดแปรงหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นการใช้แปรงและหวีหลายประเภทควบคู่กันไปในแต่ละวัน เช่น ใช้แปรงขนเหล็ก หรือ หวีซี่ห่าง สางผมที่พันกันเป็นอย่างแรก ต่อด้วยแปรงวงรีครึ่งวงสำหรับนวดหนังศีรษะ เพื่อความผ่อนคลาย และจ่ายน้ำมันธรรมชาติให้ทั่วถึง แล้วจึงใช้แปรงไม้พายแปรงซ้ำ เพื่อความนุ่มสลวย

การแปรงผม ถือเป็นสิ่งพื้นฐานในการดูแลเส้นผม เพราะการแปรงผมอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ผมของเราทั้งสวยและสุขภาพดีตลอดทั้งเส้น โดยเราก็มีเคล็ดลับการแปรงผมที่ถูกต้องมาแนะนำกัน ดังนี้

  1. เลือกแปรงที่มีคุณภาพ ขนแปรงกลมมน ไม่แหลมคม และจะให้ดีต้องโอนอ่อนตามแรงหวีได้
  2. เลือกความถี่หรือความห่างของซี่แปรงให้เหมาะกับสภาพเส้นผม
  3. ก้มศีรษะขณะหวีผม เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของหนังศีรษะ
  4. เริ่มแปรงผมย้อนจากต้นคอไปทางหน้าผาก จากนั้นแปรงผมจากด้านข้างทั้ง 2 ข้าง และจากด้านหน้าผากไปด้านหลัง
  5. ถ้าหากผมพันกัน ให้ค่อยๆ แปรงผมจากปลายผมอย่างทะนุถนอมและเบามือที่สุดเป็นอย่างแรก
  6. ควรทำความสะอาดแปรงเป็นประจำ (อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง) ด้วยแชมพูสูตรอ่อนโยน เพื่อขจัดคราบและสิ่งสกปรกตกค้าง
ซันซิล อินเทนซีฟ ทรีตเมนต์ มาสก์ สมูท แอนด์ เมเนจเจเบิ้ล

Editor’s tip : เพื่อให้เส้นผมของเราแปรงและหวีได้ง่าย แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์สูตรที่ช่วยทำให้ผมนุ่มลื่นขึ้น อย่าง ซันซิล แชมพู สมูท แอนด์ เมเนจเจเบิ้ล และ ครีมนวดผม รวมไปถึงทรีตเมนต์มาส์ก และลีฟออน โดยสูตรนี้จะมีน้ำมันธรรมชาติ 5 ชนิด พร้อมเทคโนโลยีเฟล็กซี่ชิลด์ ซึ่งช่วยบำรุงผมให้มีน้ำหนัก เรียบลื่น จัดทรงง่าย อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาผมพันกันได้ดีอีกด้วย